หน้าแรก | กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ | รายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบปี 2550

1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
2. อำนาจหน้าที่
3. องค์ประกอบ
4. คุณสมบัติ
5. วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง
6. การประชุม
7. ความเป็นอิสระ
8. บทบาทและความรับผิดชอบ

1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance)
เสริมสร้างให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และทำให้การดำเนินงานภายในองค์กรบรรลุผลตามที่กำหนดไว้ โดยการจัดให้มี
(1) ระบบการควบคุมภายในที่ดี
(2) ระบบจัดการและบริหารความเสี่ยงที่ดี
(3) การตรวจสอบภายในและการกำกับดูแลที่มีความเป็นอิสระ ยุติธรรม สามารถแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
(4) การหารือร่วมกันอย่างสม่ำเสมอระหว่างคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ คณะอนุกรรมการต่าง ๆ ในรัฐวิสาหกิจ ฝ่ายบริหาร ผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชี
เสริมสร้างคุณภาพและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินโดยการ
(1) พิจารณาความเหมาะสมของหลักการและนโยบายทางการบัญชี
(2) สอบทานรายงานทางการเงินก่อนนำเสนอคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อพิจารณาและอนุมัติ
(3) เสริมสร้างให้ผู้สอบบัญชีดำรงความเป็นอิสระ ติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งและนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. อำนาจหน้าที่

2.1คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจในการดำเนินการหรือตรวจสอบในเรื่องต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบ และมีอำนาจในการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาตัดสินในกรณีที่ฝ่ายบริหารและผู้สอบบัญชีมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับรายงานทางการเงิน
(2) พิจารณาการปฏิบัติงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีที่ดำเนินการให้กับ บมจ.อสมท
(3) พิจารณาและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ บมจ. อสมท เกี่ยวกับการแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอน กำหนดค่าตอบแทนและพิจารณา ความดีความชอบประจำปี ของหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน
(4) พิจารณาและให้ความเห็นประกอบการพิจารณางบประมาณและอัตรากำลังของสำนักตรวจสอบภายใน
(5)สอบทานและอนุมัติกฎบัติของสำนักตรวจสอบภายในแผนการตรวจสอบและงบประมาณของสำนักตรวจสอบภายใน
(6) จัดหาที่ปรึกษาจากภายนอก หรือผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพในการให้คำแนะนำหรือช่วยในการปฏิบัติงานตรวจสอบ โดยใช้ค่าใช้จ่ายของ บมจ. อสมท
(7) ขอข้อมูลและความร่วมมือจากพนักงานที่เกี่ยวข้อง และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง
(8) ประชุมร่วมกับผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน และที่ปรึกษาภายนอกตามความจำเป็นและเหมาะสม
(9) ติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2.2 คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของบริษัท ดังต่อไปนี้
(1) สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
(2) สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
(3) สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
(4) พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งและเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท
(5) พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการเกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องและครบถ้วน
(6) จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
(7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการของบริษัทโดยตรง และคณะกรรมการของบริษัทยังคงมีความรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของบริษัทต่อบุคคลภายนอก

3. องค์ประกอบ

คณะกรรมการ บมจ.อสมท แต่งตั้งกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระในคณะกรรมการ บมจ. อสมท อย่างน้อย 3 คนเป็นกรรมการตรวจสอบ และอย่างน้อย 1 คน ต้องมีความรู้ด้านการบัญชีหรือการบริหารการเงิน คณะกรรมการ บมจ.อสมท เป็นผู้แต่งตั้งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นกรรมการตรวจสอบทั้งหมดทำการเลือกบุคคลหนึ่งขึ้นมาเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และให้หัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบโดยตำแหน่ง

4. คุณสมบัติ

คณะกรรมการตรวจสอบ จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีความเป็นอิสระ สามารถใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริต
(2) เป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อถือ ไว้วางใจและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
(3) มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจของ บมจ. อสมท
(4) มีความเข้าใจหลักการบริหารที่ดี มีวิจารณญาณและทักษะในการตัดสินใจสามารถวิเคราะห์ปัญหา ตั้งคำถามตรงประเด็น รวมทั้งตีความและประเมินผล ของคำตอบที่ได้รับ อย่างเหมาะสม
(5) มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
(6) มีความคิดสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ในการหารือ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
(7) เป็นกรรมการที่ไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการที่ทำงานด้านบริหารใน บมจ.อสมท หรือไม่เป็นอนุกรรมการที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย หรือระเบียบวิธีปฏิบัติ หรือมีอำนาจในการตัดสินใจ ด้านการบริหารหรือการปฏิบัติงานของ บมจ. อสมท
(8) ไม่เป็นข้าราชการประจำที่ดำรงตำแหน่งในกระทรวงเจ้าสังกัดของ บมจ.อสมทหรือผู้แทนกระทรวงการคลัง
(9) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
(10) ไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้างหรือที่ปรึกษาที่ได้รับผลตอบแทนจาก บมจ. อสมท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกันหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บมจ. อสมท ในเวลา 3 ปีก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ
(11) ไม่มีความเกี่ยวกันทางธุรกิจโดยตรงกับ บมจ. อสมท เช่น การเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจหรือที่ปรึกษากฎหมาย หรือผู้ที่ได้รับการว่าจ้างจาก บมจ. อสมท ในการดำเนินการใดๆ ของ บมจ.อสมท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกันหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บมจ. อสมท ในเวลา 3 ปีก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ
(12) ไม่เป็นญาติสนิทหรือผู้แทนของผู้บริหารของ บมจ. อสมท
(13) มีความสามารถปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความคิดเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรรมการหรือผู้บริหารของ บมจ.อสมท
(14) เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาและความคิดเห็นอย่างเพียงพอในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการตรวจสอบ
(15) ไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบในองค์กรอื่นเกินกว่า 3 แห่งในเวลาเดียวกัน และต้องไม่ดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมการอื่นมาก จนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายในฐานะกรรมการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

วาระการดำรงตำแหน่ง
กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระของการเป็นกรรมการ บมจ.อสมท
การพ้นจากตำแหน่ง
(1) กรรมการตรวจสอบจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นสภาพการเป็นกรรมการ บมจ.อสมท ครบวาระ ลาออกหรือถูกถอดถอน หรือขาดคุณสมบัติในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการตรวจสอบ
(2) ในกรณีกรรมการตรวจสอบประสงค์จะลาออกก่อนครบวาระ กรรมการตรวจสอบควรแจ้งต่อคณะกรรมการ บมจ.อสมท ล่วงหน้า 1 เดือนพร้อมเหตุผล เพื่อให้คณะกรรมการ บมจ.อสมท ได้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทดแทนบุคคลที่ลาออก

6. การประชุม

คณะกรรมการตรวจสอบควรจัดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ โดย คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องมีการประชุมกัน อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง และมีอำนาจในการเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น องค์ประชุมประกอบด้วย กรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่าสองในสาม กรรมการตรวจสอบทุกคน ต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง หากไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ อาจใช้วิธีการประชุมทางไกลผ่านโทรศัพท์หรือดาวเทียมก็ได้

ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ อาจเชิญฝ่ายบริหาร ผู้ตรวจสอบภายในหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในวาระการประชุมนั้นๆ เข้าร่วมประชุมและขอข้อมูล ตามความจำเป็นและเหมาะสม การประชุมเป็นการเฉพาะกับฝ่ายบริหาร หรือผู้ตรวจสอบภายใน หรือผู้สอบบัญชีจะต้องจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งวาระการประชุมและเอกสาร ประกอบการประชุมจะต้องจัดทำขึ้นและนำเสนอก่อนการประชุมอย่างน้อย 3 วัน และให้เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้บันทึกรายงานการประชุม

7. ความเป็นอิสระ

คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องแสดงความเห็น หรือรายงานได้อย่างเป็นอิสระตามหน้าที่ได้รับมอบหมาย โดยต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือตำแหน่งหน้าที่ และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆ และไม่มีสถานการณ์ใดๆ ที่สามารถบังคับให้กรรมการตรวจสอบ ไม่แสดงความเห็นตามที่พึงจะเป็น คณะกรรมการตรวจสอบ ต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระทุกคน

8. บทบาทและความรับผิดชอบ คณะกรรมการตรวจสอบรับผิดชอบการกำกับดูแลในเรื่องต่อไปนี้

8.1 การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
(1) ประเมินว่าฝ่ายบริหารได้กำหนดแนวทางและสื่อสารความสำคัญของการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง และดำเนินการให้มั่นใจได้ว่า พนักงานแต่ละคนมีความเข้าใจ ในบทบาทและความรับผิดชอบของตนเองหรือไม่และถือปฏิบัติอย่างจริงจัง
(2) เน้นขอบเขตการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการสอบทานระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง การควบคุมในระบบคอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ และแผนรองรับในการจัดทำรายงานทางการเงินหากมีกรณีฉุกเฉินในระบบคอมพิวเตอร์
(3) สอบทานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชี และผู้ตรวจสอบภายในเสนอนั้น ฝ่ายบริหารได้นำไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว

8.2 รายงานทางการเงิน
(1) ทั่วไป
• สอบทานประเด็นเกี่ยวกับการบัญชีและการรายงานที่มีสาระสำคัญ รวมทั้งประกาศขององค์กรวิชาชีพและองค์กรกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และสอบทานผลกระทบที่มีต่อรายงานทางการเงิน
• สอบถามฝ่ายบริหาร ผู้สอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับความเสี่ยงสำคัญ ผลกระทบและแผนในการลดความเสี่ยง
• สอบทานประเด็นทางกฎหมายที่อาจมีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญต่อรายงานทางการเงิน
(2) รายงานทางการเงินประจำปี
• สอบทานรายงานทางการเงินประจำปี และพิจารณาความครบถ้วนและสอดคล้องกันกับข้อมูลที่กรรมการตรวจสอบรับทราบ ประเมินความเหมาะสมของหลักการบัญชีที่ใช้ในรายงานทางการเงิน
• ให้ความสนใจในรายการที่มีความซับซ้อนและหรือรายการผิดปกติ เช่น รายการที่เกี่ยวข้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การปรับโครงสร้างหนี้ และการเปิดเผยเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ
• ให้ความสนใจในประเด็นที่ต้องใช้วิจารณญาณตัดสิน เช่น การประเมินราคาสินทรัพย์และหนี้สินการประกัน ผลิตภัณฑ์ หรือภาระผูกพันเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การตั้งสำรองทางกฎหมาย หรือข้อผูกมัดหรือภาระผูกพันอื่น
• ประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้สอบบัญชีในการสอบทานรายงานทางการเงินและผลการตรวจสอบ
• สอบทานประเด็นต่างๆ ในรายงานประจำปีก่อนนำเสนอต่อสาธารณชน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสามารถเข้าใจได้ง่ายและสอดคล้องกับข้อมูลที่กรรมการตรวจสอบได้รับเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจและการดำเนินงาน
(3) การเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นและรายงานทางการเงินระหว่างกาล
• การชี้แจงว่าผู้บริหารได้จัดทำและสรุปข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลทางการเงิน ขอบเขตการมีส่วนร่วมของสำนักตรวจสอบภายในและขอบเขตของผู้สอบบัญชีในการสอบทานข้อมูลดังกล่าว
• ประเมินความยุติธรรมในการเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นและรายงานทางการเงินระหว่างกาล การอธิบายของฝ่ายบริหารและผู้ตรวจสอบว่า
ก. ผลทางการเงินระหว่างกาลมีความแตกต่างจากงบประมาณหรือประมาณการมากน้อยเพียงใด
ข. การเปลี่ยนแปลงในอัตราส่วนทางการเงิน หรือความสัมพันธ์ในรายงานทางการเงินระหว่างกาลนั้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานหรือแนวทางด้านการเงินของรัฐวิสาหกิจหรือไม่
ค. มีการใช้หลักการบัญชีที่ยอมรับทั่วไปอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
ง. มีการเปลี่ยนแปลงหรือเสนอให้มีการเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านการบัญชีหรือการรายงานทางการเงินหรือไม่
จ. มีรายการหรือเหตุการณ์ที่มีสาระสำคัญหรือผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่
ฉ. การควบคุมทางการเงินและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจยังดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผลหรือไม่
ช. ข้อมูลเบื้องต้นและรายงานทางการเงินระหว่างกาลได้มีการเปิดเผยอย่างเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่

8.3 การตรวจสอบภายใน
(1) สอบทานกิจกรรมและโครงสร้างองค์กรของสำนักตรวจสอบภายใน
(2) สอบทานกฎบัตรของสำนักตรวจสอบภายในและแผนการตรวจสอบภายใน และอนุมัติในกรณีที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ
(3) ร่วมกับหัวหน้ารัฐวิสาหกิจในการพิจารณาและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับคุณสมบัติของหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน การแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย กำหนดค่าตอบแทน และพิจารณาความดีความชอบของหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน
(4) พิจารณาความเหมาะสมของการแต่งตั้ง โยกย้าย กำหนดค่าตอบแทนและพิจารณาความดีความชอบของผู้ตรวจสอบภายใน งบประมาณของสำนักตรวจสอบภายในและทรัพยากรต่างๆ ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ
(5) สอบทานประสิทธิผลของการปฏิบัติงานของสำนักตรวจสอบภายใน
(6) ประชุมเป็นการเฉพาะกับหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายในเพื่อหารือในประเด็นต่างๆ ที่ควรหารือกันโดยไม่มีฝ่ายบริหารในที่ประชุม
(7) ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อตรวจพบและข้อเสนอแนะที่สำคัญได้มีการหารือทันเวลา

8.4 การสอบบัญชี
(1) สอบทานข้อเสนอของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับขอบเขตและแนวทางการปฏิบัติงาน
(2) สอบทานผลการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชี
(3) พิจารณาความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี เช่น การสอบทานบริการอื่นของผู้สอบบัญชีที่ดำเนินการในรัฐวิสาหกิจ และการหมุนเวียนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของรัฐวิสาหกิจทุก 5 ปี
(4) ให้ความเห็นต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
(5) ประชุมเป็นการเฉพาะกับผู้สอบบัญชีเพื่อหารือในประเด็นต่างๆ ที่ควรหารือกันโดยไม่มีฝ่ายบริหารในที่ประชุม
(6) ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อตรวจพบและข้อเสนอแนะได้มีการหารือทันเวลา

8.5 การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(1) สอบทานประสิทธิผลของระบบในการติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และผลการตรวจสอบของฝ่ายบริหาร การติดตามผลเกี่ยวกับการกระทำทุจริต หรือความผิดปกติในระบบบัญชี
(2) รวบรวมข้อมูลจากฝ่ายบริหารและฝ่ายกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ให้เป็นปัจจุบัน
(3) พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดทำรายงานทางการเงิน
(4) สอบทานข้อตรวจพบขององค์กรกำกับดูแล

8.6 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
(1) สอบทานระบบข้อมูลสารสนเทศขององค์กร เพื่อเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไข ในส่วนที่ไม่ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมด
(2) สอบทานผลการปฏิบัติงาน เพื่อลดความสูญเสียต่างๆ เช่น การบันทึกข้อมูลซ้ำ การบันทึกข้อมูลผิดพลาด ข้อมูลสูญหาย ฯลฯ
(3) สอบทานการพัฒนาระบบงานของหน่วยงานต่างๆ ในองค์กร
(4) สอบทานแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบสารสนเทศ และมีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร รวมถึงแผนปฏิบัติการฟื้นฟู เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายหรือถูกทำลาย
8.7 การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมธุรกิจ และจรรยาบรรณผู้บริหารและพนักงาน
(1) มั่นใจได้ว่าหลักจริยธรรมธุรกิจ และจรรยาบรรณผู้บริหารและพนักงานได้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับทราบ
(2) ประเมินว่าฝ่ายบริหารได้จัดให้มีสภาพแวดล้อม การปฏิบัติเป็นแบบอย่างและสื่อสารให้เห็นความสำคัญของหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณ และแนวทางเกี่ยวกับพฤติกรรมที่พึงปฏิบัติ
(3) สอบทานกระบวนการในการติดตามการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณ
(4) รวบรวมข้อมูลจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณให้เป็นปัจจุบัน

8.8 ความรับผิดชอบในการรายงาน
(1) รายงานต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับกิจกรรมของงคณะกรรมการตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะตามความเหมาะสม
(2) จัดให้มีวาระหรือโอกาสในการหารือ หรือสื่อสารระหว่างผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี และคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ
(3) รายงานต่อผู้ถือหุ้น กระทรวงเจ้าสังกัดและกระทรวงการคลังเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายและข้อมูลอื่นตามความจำเป็นและเหมาะสม

8.9 ความรับผิดชอบอื่นๆ
(1) หารือกับฝ่ายบริหารเกี่ยวกับนโยบายการประเมินและบริหารความเสี่ยง
(2) ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลตามที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจร้องขอ
(3) จัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษตามความจำเป็น และจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญตามความเหมาะสม
(4) สอบทานและปรับปรุงกฎบัตร และเสนอต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่ออนุมัติ
(5) ประเมินตนเองอย่างสม่ำเสมอ

9. ความสัมพันธ์กับผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบภายใน และผู้สอบบัญชี

9.1 คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีการหารือกับผู้บริหาร เพื่อช่วยให้คณะกรรมการตรวจสอบมีความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจ ความเสี่ยง และการควบคุมภายในของ บมจ.อสมท และจะต้องจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นทางการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

9.2 คณะกรรมการตรวจสอบต้องเชิญผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายในเข้าร่วมในการประชุมเป็นการเฉพาะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

10. การรักษาคุณภาพของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อรักษาคุณภาพของคณะกรรมการตรวจสอบ ควรดำเนินการดังนี้

10.1 กรรมการตรวจสอบควรได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งอย่างน้อยควรได้รับการ อบรมเกี่ยวกับ
• การบริหารการเงินและบริหารความเสี่ยง
• การบริหารเงินและการควบคุม
• การบัญชีและการจัดทำรายงาน
• ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจ อุตสาหกรรม การดำเนินธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการ
นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบอาจเข้าร่วมในการอบรมและสัมมนาที่องค์กรภายนอกจัดขึ้น รวมทั้งติดตามแนวทางในการพัฒนาด้านการบัญชีและการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีนอกเหนือจากเรื่องที่นำเสนอโดยฝ่ายบริหาร

10.2 คณะกรรมการตรวจสอบควรประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามที่กำหนดไว้ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบต้องรายงานผลการประเมินพร้อมทั้งปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่เป็นเหตุให้การปฏิบัติงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์ให้คณะกรรมการ บมจ.อสมท ทราบ

 


(นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์)
ประธานกรรมการตรวจสอบ บมจ.อสมท

 


(นายบุญปลูก ชายเกตุ)
ประธานกรรมการ บมจ.อสมท

วันที่จัดทำ 3 กันยายน 2550

กฎบัตรนี้ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.อสมท ครั้งที่ 15/2550 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2550