กรุงเทพฯ 10 มี.ค.- นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กทช.ในวันนี้ (10 มี.ค.) ได้มีมติให้ กทช.จัดกำลังเตรียมพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ในด้านการใช้คลื่นความถี่ตามพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 อย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน กทช.เองก็จะติดตามด้วยว่าการใช้คลื่นความถี่ได้กระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ โดยให้สำนักงานตรวจสอบการใช้คลื่นความถี่วิทยุ (สว.) ที่จังหวัดนนทบุรีดำเนินการ และเตรียมพร้อมทำงานสนับสนุน กอ.รมน.อย่างเต็มอัตรากำลัง และพร้อมที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ กอ.รมน.ร้องขอ
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุม กทช.วันนี้ ยังมีมติให้สำนักงาน กทช.ส่งหนังสือกำชับให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งหมดให้ดูแลการถ่ายทอดสัญญาณต่าง ๆ ทั้งดาวเทียม อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์จากต่างประเทศ โดยอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหรือ DATA ที่ส่งเข้ามา ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเช่น ทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ก็ไม่อาจทราบได้ว่า เนื้อหาภายในเป็นอย่างไร แต่ขอให้ทุกคนที่เป็นผู้ให้บริการพึงระวังอย่าให้มีปัญหา ซึ่งหากพบหรือ กอ.รมน.พบว่า ไม่เหมาะสมต้องหยุดการถ่ายทอดสัญญาณทันที ส่วนกิจการด้านการกระจายเสียง อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ได้รับการแต่งตั้งในสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ออกหนังสือกำชับการนำเสนอเนื้อหาต่อไป ส่วน PTV กทช.มีการติดตามอยู่แต่เป็นด้านวิทยุโทรทัศน์ ทางอนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งในสำนักนายกรัฐมนตรีจะสั่งการมายัง กทช.ต่อไปหากพบว่าเนื้อหาที่นำเสนอไม่เหมาะสม
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กทช. กล่าวว่า ในส่วนของวิทยุชุมชน ปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกได้ลงทะเบียนไว้กับ กทช. กว่า 6,700 สถานีนั้น ปัจจุบันได้รับการคุ้มครองสามารถดำเนินการได้ชั่วคราว ภายใต้การรับเงื่อนไข 3 ประการ คือ ต้องไม่ใช้วิทยุกระจายเสียงในการปลุกระดมมวลชน ล้มล้างสถาบัน หรือใช้ในทางเสื่อมศีลธรรม ประการที่ 2 ต้องมีการบันทึกเทปรายการที่ออกอากาศย้อนหลัง 30 วัน และประการที่ 3 จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งสองข้อแรก หากไม่การลงทะเบียนไว้จะถือเป็นโมฆะ วิทยุชุมชนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ลงทะเบียนไว้กับกทช.แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และกลุ่มวิทยุชุมชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับ กทช. ซึ่งกลุ่มนี้มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 อยู่แล้ว
นายพนา ทองมีอาคม กทช. กล่าวว่า สื่อใดหากมีการนำรายการที่เผยแพร่ออกอากาศ คงห้ามหรือเซนเซอร์ไม่ได้ แต่เมื่อแพร่กระจายภาพและเสียงออกมาแล้ว จะต้องรับผิดชอบแม้จะเอาของผู้อื่นมาออกซ้ำก็ตาม โดยมีบทลงโทษจำคุก 5 ปี. -สำนักข่าวไทย