• คลังพร้อมเปิดกองทุนวายุภักษ์ ลงทุนในต่างประเทศ


    วันพุธ ที่ 18 ม.ค. 2555
    Bookmark and Share

    กรุงเทพฯ 18 ม.ค.- นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยว่า สคร.เห็นด้วยกับแนวคิดของนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ(กยอ.) เพื่อให้กองทุนวายุภักษ์ระดมทุนจากประชาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปใช้ซื้อหุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด( มหาชน) ในส่วนที่กระทรวงการคลังถือเกินร้อยละ 50 เพื่อให้ปตท.มีความคล่องตัวในการบริหารงานและระดมทุนได้ง่ายขึ้น ทำให้ ปตท.ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป และไม่มีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากรัฐยังได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผลจากกองทุน

    การแก้ไขกฎเกณฑ์เพื่อลดข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ ปตท.สามารถออกไปในต่างประเทศสะดวกขึ้น เพราะ บางครั้งการตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน ซึ่งต้องมีกรรมการจากต่างประเทศด้วย ขณะที่กฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) กำหนดว่า กรรมการของรัฐวิสาหกิจต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย จึงไม่สะดวกสำหรับกรรมการที่เป็นต่างชาติ ส่วนการนำส่งรายได้นั้น แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังจะลดลง แต่ยังอยู่ในรูปของผู้ถือหุ้น จึงมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล แต่เป็นเพียงการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายย้ายไปขวาเท่านั้น

    สำหรับข้อเสนอให้ขยายเวลากองทุนรวมวายุภักษ์ออกไปอีกนั้น เป็นแนวคิดของ สคร. ศึกษาไว้ เพื่อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยกองทุนฯ จะครบอายุในปี 56  ทั้งนี้เพื่อแก้กฎหมายให้เป็นกองทุนเปิดและดำเนินการต่อไป หรือจะยุบเลิกกองทุน รวมทั้งขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งหากแก้ไขให้เป็นกองทุนเปิด จะทำให้ง่ายต่อการดำเนินงาน เพราะสามารถเดินหน้าในการขายหน่วยลงทุน เพื่อนำไปลงทุนในรัฐวิสาหกิจที่ต้องการได้

    อีกทั้งที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จเนื่องจากขนาดสินทรัพย์ของกองทุนวายุภักษ์ 1 มีจำนวนสูงถึง 300,000 ล้านบาท จากเริ่มต้นเพียง 100,000 ล้านบาท ทำให้กระทวงการคลังได้รับเงินผันผลในอัตราที่ดีอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด หากจะเริ่มตั้งกองทุนใหม่ อาจล่าช้าในเรื่องของกระบวนการ รวมถึงเงินงบประมาณที่จะนำมาเป็นทุนจัดตั้งด้วย 

    ส่วนการจัดเก็บรายได้ของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 55 นั้น สคร.ยังคงมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1104,000 ล้านบาท แม้ว่าจะมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งต้องประสบปัญหาน้ำท่วม ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการก็ตาม เนื่องจากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 55 ที่ผ่านมา จัดเก็บรายได้มากกว่าเป้าหมายถึง 4,000 ล้านบาท มีรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่อาจจะขอเลื่อนเวลาในการนำส่งรายได้ออกไป โดยเฉพาะกิจการสาธารณูปโภคเช่นกิจการ ไฟฟ้า น้ำประปา แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่องบลงทุนของกิจการรัฐวิสาหกิจเหล่านี้.- สำนักข่าวไทย