หางโจว 4 ก.ย.- นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยถึงการนำคณะบีโอไอเดินทางไปเมืองหางโจว ประเทศจีน และได้มีโอกาสพบกับนาย เฉิน เจียง รองผู้ว่าเมืองหางโจว ซึ่งเน้นย้ำความเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจอันดับที่ 8 ของจีนซึ่งนอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่ทางวัฒนธรรมและมีชื่อด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังถือว่าเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมที่ทันสมัย โดยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับเลข 2 หลักร่วม 5 ปีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รองผู้ว่าเมืองหางโจว ยืนยันจะสนับสนุน นักธุรกิจของเมืองนี้ ไปลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีการไปลงทุนทำยางล้อรถยนต์ของบริษัทหางโจว จงเซอ รับเบอร์ นั้นถือว่ามีความเหมาะสม เพราะไทยมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นผู้ส่งออกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยได้ฝากให้รัฐบาลไทยช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในการลงทุนด้วย ซึ่งในโอกาสนี้ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมยังได้ให้ความมั่นใจด้านการลงทุนในโอกาสพบปะกับประธานบริษัท หางโจว จงเซอ รับเบอร์ ซึ่งตกลงที่จะเดินหน้าโครงการลงทุนโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์มูลค่าการลงทุน 1,000 ล้านหยวน หรือราว 5,000 ล้านบาทผ่าน โดยมีแผนที่จะตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมราชบุรี บนพื้นที่ 300 ไร่ โดยจะใช้วัตถุดิบทั้งยางแท่ง และยางแผ่นในไทยเป็นหลัก และจะมีกำลังการผลิตที่ 1ล้านเส้นต่อปี โดยได้ร่วมทุนกับบริษัทไทยฮั้ว ยางพารา ที่ถือหุ้นร้อยละ 15
อย่างไรก็ตาม บริษัท หางโจว จงเซอ รับเบอร์ เป็นบริษัทผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน มียอดขายในปีที่แล้วกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเคยยื่นคำขอรับการส่งเสริมกาลงทุนกับบีโอไอ เมื่อปลายปี 52 เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในปีแห่งการลงทุน แต่หลังมีเหตุการณ์การเมืองของไทย ทำให้ชะลอการส่งรายละเอียดโครงการลงทุนและจากการเดินทางมาสร้างความเชื่อมั่นในระดับรัฐมนตรี ทำให้บริษัทเตรียมยื่นรายละเอียดโครงการให้บีโอไอ พิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้.-สำนักข่าวไทย