กรุงเทพฯ 4 ก.ย.-นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า แม้ว่าภาพรวมธุรกิจประกันภัยยังมีแนวโน้มเติบโตค่อนข้างดี โดยในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 196,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 14.12 แบ่งเป็นธุรกิจประกันชีวิตเบี้ยรับโดยตรง 137,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18,274 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 15.34 และธุรกิจประกันวินาศภัย เบี้ยรับโดยตรง 59,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,094 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 11.42 แต่ยังเห็นว่าผู้ประกอบการหรือแม้แต่ประชาชนยังสนใจทำประกันภัยในด้านต่าง ๆ น้อยมาก เห็นได้ชัดเบี้ยรับโดยตรงธุรกิจประกันวินาศภัยเติบโตเพียงร้อยละ 11.42 ไม่สอดคล้องกับภาพรวมธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูง ดังนั้น คปภ.จะร่วมมือกับภาคธุรกิจประกันภัยเร่งหาหนทางกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและประชาชนหันมาทำประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ กันให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ในปี 2553 ธุรกิจประกันภัยจะสามารถเติบโตได้ทั้งในด้านเบี้ยประกันภัยรับ สินทรัพย์ และเงินกองทุน โดยเบี้ยประกันภัยรับของธุรกิจประกันภัยจะสามารถเติบโตได้ประมาณร้อยละ 15 โดยเป็นเบี้ยประกันภัยประมาณ 423,158 ล้านบาท ทั้งนี้ได้ประมาณการเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวที่ร้อยละ 16 เป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 299,912 ล้านบาท และธุรกิจประกันวินาศภัยขยายตัวที่ร้อยละ 12 เป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 123,246 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามอนุมัติให้บริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิตสามารถจำหน่ายขายกรมธรรม์ทั้งประกันภัยและประกันชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่จะออมเงินในระยะยาวหรือดูแลคุ้มครองในช่วงที่เจ็บป่วยและอื่น ๆ ได้มากขึ้น ดังนั้นประชาชนหรือภาคธุรกิจใดต้องการซื้อกรมธรรม์ในรูปแบบต่าง ๆ สามารถไปเลือกซื้อได้ในงานสัปดาห์ประกันภัยครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 -26 กันยายน 2553 นี้ที่เมืองทองธานี
อย่างไรก็ตาม ภายในงานพบกับนิทรรศการความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ จากบูธบริษัทประกันภัยกว่า 90 บูธ การจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยในอัตราพิเศษเฉพาะในงาน การสอบใบอนุญาตตัวแทน-นายหน้า สามารถรับใบอนุญาตได้ในทันที บริการให้คำปรึกษาด้านการประกันภัย และยังสามารถจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองจากเดิมกรมธรรม์ไม่ได้ระบุภัยจากเหตุการณ์บ้านเมือง แต่หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้น จึงได้อนุมัติให้มีกรมธรรม์ดังกล่าว โดยขณะนี้มีบริษัทประกันให้ความสนใจกว่า 10 บริษัทที่จะจำหน่ายประกันภัยเหตุการณ์ไม่สงบ โดยจะคิดเบี้ยประกันร้อยละ 0.1-5 ของวงเงินคุ้มครอง.-สำนักข่าวไทย