รอยยิ้มของในหลวง รอยยิ้มแห่งธรรมะ


 

 

   ท่าน พุทธาสภิกขุ มหาปราชญ์แห่งวงการศาสนาของไทย เคยให้คำอธิบายความหมายลึก ๆ ของคำว่า ธรรมะ เอาไว้หลายแง่หลายมุม อาทิ

   ธรรมะ คือหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิตทุกระดับ ที่จะต้องทำเพื่อความรอดของฝ่ายกายและฝ่ายจิต ทั้งของตนเองและของผู้อื่น ซึ่งเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน

   หรือ ธรรมะ คือหน้าที่อันแท้จริงของสิ่งมีชีวิต ที่ใครมีแล้วสามารถดำรงจิตไว้อย่างสุข สงบ เย็น ไม่เป็นทุกข์ หรือแม้แต่เพียง เศร้าหมอง หงุดหงิด รำคาญ ฯลฯ

   แน่นอนว่า...วาทะของพุทธทาส นอกจากจะมีความลุ่มลึก นำความดื่มด่ำและประทับใจมาให้แล้ว ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเกินไปกว่าที่จะทำความเข้าใจกันสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ซึ่งเติบโตมาในร่มเงาของพระพุทธศาสนา อย่างชาวไทยทั้งหลาย

   ด้วยเหตุนี้ แม้นว่าพระราชจริยวัตรภายนอกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะถูกชาวต่างชาติ บางคนที่ไม่รู้จริงเห็นจริง นำไปพูดจากล่าวขานว่าเป็น กษัตริย์ที่ปราศจากรอยยิ้ม แล้วยังแสดงความ รู้สึกนึกคิดของตัวเองเข้าไป เกี่ยวพันกับการตั้งข้อสมมติฐานอันเลอะเลือนออกมาเป็นฉาก ๆ แล้วนั้น

   แท้ที่จริงแล้ว ตลอดห้วงระยะเวลากว่า ๖๐ ปี ที่พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นี้ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างครบถ้วน ในทุก ๆ ประการไม่ว่าจะเป็น

๑.ทาน ๒.ศีล ๓.บริจาค ๔.อาชชวะ ๕.มัททวะ

๖.ตบะ ๗.อักโกธะ ๘.อวิหิงสา ๙.ขันติ และ ๑๐.อวิโรธนะ

อันเป็นธรรมะ ๑๐ ประการ หรือ ทศพิธราชธรรม สำหรับผู้ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ นั่นเอง

   ในทัศนะของชาวไทย หรือชาวพุทธ พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความพอใจ และเต็มไปด้วย รอยยิ้มแห่งธรรมะ อันมีที่มาจากการได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในลักษณะไม่ต่างจากการปฏิบัติธรรม นั่นคือได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสมกับความเป็นพระมหากษัตริย์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

   ในขณะที่พระองค์มิได้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ หรืออยู่ในพระราชพิธีอันเป็นภาพที่บุคคลภายนอก มักมีโอกาสได้เห็นภาพแบบผ่าน ๆ

   แต่บรรนดาข้าราชบริพาร หรือพสกนิกรที่เคยมีโอกาสใกล้ชิด ขณะที่พระองค์เสด็จฯ ย่ำน้ำ ย่ำโคลน ขึ้นเขา ออกเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องที่ทุรกันดาร โดยตั้งมั่นในพระราชหฤทัยอยู่กับการหาทางแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องภัยคุกคาม จากธรรมชาติ เรื่องปัญหาความยากจนแร้นแค้นของราษฎรผู้ด้อยโอกาสในแต่ละกรณี ฯลฯ บรรดาคนเหล่านั้น มักจะมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของในหลวง ที่ทรงแสดงออกถึงความสุข ความพึงพอใจ แม้นว่าพระเสโทจะท่วมพระพักตร์ หรือ แม้นว่าจะทรงเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าเพียงใดก็ตาม

   บรรดาพระราชกรณียกิจเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้พระองค์เกิดพระราชอำนาจ ใด ๆ ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งหลายได้ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชน พระราชกรณียกิจกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ มิได้มีพระราชประสงค์เพื่อพระองค์เองแต่มีพระราชประสงค์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนอย่างแท้จริง

   แน่นอนว่าโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ตลอดจนการที่ทรงมีพระราชกรณียกิจแต่ละเรื่องแต่ละกรณีนั้น เป็นไปได้ในลักษณะไม่ต่างอะไรจาก การประพฤติธรรม นั่นเอง  ซึ่งได้ก่อให้เกิด พระบารมี แผ่ไพศาลเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปไม่ว่าในหมู่ชาวไทย หรือชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้งและเป็นที่ยอมรับยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยสิ่งที่เรียกว่า พระบารมี ที่ว่า นี้ล้วนแล้วแต่มีรากฐานมาจาก ธรรมะ คือ การประพฤติธรรม ทั้งสิ้น

   พระบารมี ที่ถูกนำไปใช้ประคับประคองเยียวยาสถานการณ์ความขัดแย้ง ความแตกแยกอันเลวร้าย ภายใต้วิกฤตการณ์ในแต่ละครั้งที่อุบัติขึ้นมานั้น จึงเป็นไปเพื่อความสงบสุขและสันติภาพของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งด้วยสิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้ปวงชนชาวไทยให้ความเคารพเทิดทูน และจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านอย่างไม่เสื่อมคลายตลอดมา

 

 

ที่มา : จากหนังสือรอยยิ้มของในหลวง 


  • เพิ่มเพื่อน