ข่าวสำนักข่าวไทย 10 ส.ค. 56 : สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ...

ชีวประวัติและผลงาน "สมเด็จเกี่ยว"ผู้แทน"พระสังฆราช-เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ

By Digital Media | 10 ส.ค. 2556 12:57 | 2137 views | View Comment

ข่าวสำนักข่าวไทย 10 ส.ค. 56 : สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ มรณภาพติดเชื้อในกระแสเลือด

ชีวประวัติและผลงาน ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ ป.ธ. ๙)
………………………………………
ชาติภูมิ 
นามเดิม ชื่อ เกี่ยว นามสกุล โชคชัย เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๑ ณ บ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การศึกษา
จบนักธรรมชั้นเอก, เปรียญธรรม ๙ ประโยค
หน้าที่การงาน
๑. ด้านการศึกษาและการปกครอง
อดีตเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น
-เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และศีลธรรม
-เป็นกรรมการตรวจสำนวนแปลวินัยปิฎก ฉบับปี
๒๕๐๐ ของคณะสงฆ์ไทย
-เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลี มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย
-เป็นเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็น
มหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย ปัจจุบันมี ๔ คณะ คือ คณะพุทธศาสตร์, มนุษยศาสตร์, สังคมศาสตร์, และคณะครุศาสตร์ มีการเปิดสอนถึงขั้นปริญญาเอก มีวิทยาเขตเป็นสาขาทั่วราชอาณาจักร ๑๐ แห่ง มีพระนิสิต, นักศึกษา ประมาณ ๖,๐๐๐ รูป 
-เป็นเจ้าคณะภาค ๙ ปกครองดูแลพระภิกษุสามเณร
จำนวน ๔ จังหวัด มีประมาณ ๒๕,๐๐๐ รูป
-เป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๕ คือ
สมเด็จพระสังฆราช ญาโณทยมหาเถระ วัดสระเกศ
-เป็นเจ้าคณะภาค ๑๐ ปกครองดูแลพระภิกษุและ
สามเณร จำนวน ๖ จังหวัด มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ รูป
-เป็นประธานกรรมาธิการ สังคายนาพระธรรมวินัย 
ตรวจชำระพระไตรปิฎก ในมหามงคลสมัยพระชนมพรรษา ๕ รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ องค์ปัจจุบัน
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น
-เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐาน
พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ภายในเจดีย์เป็นที่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของชาวไทย ขนาด วัดโดยรอบฐานยาว ๘ เส้น ๕ วา มีความสูง ๑ เส้น ๑๙ วา ๒ ศอก สูงเด่นเป็นศรีสง่าอยู่ในใจกลางของกรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน วัดสระเกศ มีอายุประมาณ ๒๐๐ กว่าปี มีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิด “ราชวรมหาวิหาร” มีพระภิกษุสามเณร ๑๒๔ รูป และศิษย์วัดอีกประมาณ ๑๕๐ คน
-เป็นประธานคณะอนุกรรมการศูนย์ควบคุมการไป
ต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) มีการประชุมเดือนละ ๒ ครั้ง ณ วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพมหานคร

-เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ปกครองดูแลพระ
ภิกษุสามเณร จำนวน ๒๓ จังหวัด มี วัดจำนวน ๑๕,๐๐๐ กว่าวัด ขณะนี้ มีพระภิกษุสามเณร ประมาณ ๑๓๙,๘๐๐ รูป (หนึ่งในสามของพระภิกษุทั่วประเทศ)
-เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานมหาเถรสมาคม แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ประมุขสงฆ์) ซึ่งมีกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหมด ๒๑ รูป มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 
(๑) ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อย (มีพระภิกษุสามเณร จำนวน ๓๖๙,๗๐๐ รูป) 
(๒) ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร
(๓) ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษา-สงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการศาสน-สงเคราะห์ของคณะสงฆ์
(๔) รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ หรือกฎหมายอื่น
เพื่อการนี้ ให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคม ออกข้อบังคับ วางระเบียบ ออกคำสั่ง มีมติหรือออกประกาศ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายและพระธรรมวินัย 
มหาเถรสมาคมมีการประชุม เดือนละ ๓ ครั้ง คือทุกวันที่ ๑๐, ๒๐ และ ๓๐ ของทุกเดือน ที่ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร


๒. ด้านการเผยแผ่
-แสดงพระธรรมเทศนา ภายในพระอุโบสถวัดสระเกศ 
และสถานที่อื่น ๆ ที่ได้รับนิมนต์
-แสดงธรรมทางสถานีวิทยุ ๙๑๙ ในรายการ “ของดี 
จากใบลาน”
-เปิดเทปรายการธรรมะ ที่บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ซึ่ง
อยู่ภายในวัดสระเกศ ทุกวัน
-เป็นประธานคณะกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไป
ต่างประเทศ
-เป็นองค์อุปถัมภ์วัดไทยในต่างประเทศมีอยู่หลายประเทศ เช่น อเมริกา, สวีเดน, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, เบนเยี่ยม, เยอรมัน เป็นต้น

๓. ด้านสาธารณูปการ
-เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงพิมพ์กรมการศาสนา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ดินของวัดสระเกศ จัดพิมพ์แถลงการณ์คณะสงฆ์ เป็นหนังสือรวบรวมกิจการต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารงานคณะสงฆ์ ตลอดทั้งตัวบทกฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม และระเบียบข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการคณะสงฆ์หรือพระภิกษุควรทราบ ออกเป็นรายเดือนทุกวันที่ ๒๕ ของเดือน และหนังสือธรรมะอื่น ๆ ในราคาที่ถูก 
-ให้ส่วนราชการใช้ที่ดินของวัดพร้อมกับให้การสนับสนุนโรงเรียนมัธยมวัดสระเกศ ซึ่งมีนักเรียนประมาณ ๔๕๐ คน และโรงเรียนสารพัดช่างพระนคร มีนักเรียนประมาณ……… คน
-บริจาคเงินสร้างตึกสงฆ์อาพาธในท้องถิ่นชนบทที่อยู่ห่างไกลความเจริญหลายแห่ง ในนาม “อาคารผู้มีพระคุณ” เพื่อพยาบาลพระภิกษุสามเณรผู้อาพาธ และสาธุชนทั่วไป 


สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ
ที่ พระเมธีสุทธิพงศ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราช
ที่ พระราชวิสุทธิเมธี
พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ
ที่ พระเทพคุณาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม
ที่ พระธรรมคุณาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ
ที่ พระพรหมคุณาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ
ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์
****สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)ผู้เปิดวิสัยทัศน์ธรรมสู่วิสัยทัศน์โลก


ภายหลังสิ้นยุคพระธรรมทูตทั้ง ๙ สายของพระเจ้าอโศกมหาราช พระพุทธศาสนาก็เริ่มอ่อนแรงลงทุกขณะ แล้วค่อยๆ เลือนหายจากโลกไปทีละสาย แม้ประเทศศรีลังกาซึ่งเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของพระพุทธศาสนาในยุคนั้น ก็ถึงกาลล่มสลายลง จนเหลือที่มั่นสุดท้ายในแผ่นดินสุวรรณภูมิ อันเป็นผลงานการวางรากฐานของพระธรรมทูตต่างประเทศสายที่ ๘ โดยมีพระโสณะและพระอุตตระเป็นหัวหน้าคณะ
แต่พระพุทธศาสนาในแผ่นดินสุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร หรือพม่าก็ตาม ต่างก็เริ่มอ่อนแรงลงตามกาลเวลา เพราะการเมืองของประเทศนั้นๆ และการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ จนพระพุทธศาสนาเหลือปราการสุดท้ายบนผืนแผ่นดินไทย 
พระพุทธศาสนาที่ดูท่าว่าจะเริ่มเลือนหายไปจากโลก กลับทอประกายเจิดจรัสขึ้นมาอีกครั้ง และแผ่รัศมีเรืองรองไปทั่วทุกมุมโลก เพราะความมุ่งมั่นที่จะรักษาพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทยทุกยุคทุกสมัย
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นหนึ่งในพระมหาเถระผู้มุ่งมั่นที่จะเห็นพระพุทธศาสนามีความมั่นคงอยู่บนผืนแผ่นดินไทย และแผ่ไพศาลไปเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ชาวโลก 
พระมหาเถระท่านนี้เอง เมื่อเกือบ ๗๐ ปีที่แล้วได้ตั้งใจที่จะบวชเป็นสามเณรเพียง ๗ วัน แต่กลับดำรงตนอยู่ในสมณะเพศตลอดมาตราบเข้าสู่วัยชรา ได้สร้างคุณูปการให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างมากมายมหาศาล เหมือนมีชีวิตเกิดมาเพื่อต่อลมหายใจให้กับพระพุทธศาสนา จริยาวัตรและปฏิปทาที่งดงาม ภายใต้ใบหน้าอ่อนโยน บ่งบอกถึงพลังแห่งเมตตาธรรม เป็นภาพที่ติดตาและตรึงใจแก่ผู้พบเห็น
สำนึกที่มีต่อการรับผิดชอบพระพุทธศาสนาเช่นนี้ มิได้เกิดขึ้นอย่างลอยๆ หากก่อตัวขึ้นท่ามกลางการฝึกฝนอย่างหนักของสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) ผู้เป็นพระอาจารย์ ผู้ได้เล็งเห็นอุปนิสัยแล้วว่า ศิษย์ผู้นี้ คือ ผู้ที่จะนำพาพระพุทธศาสนาผ่านห้วงแห่งความยากลำบากในอนาคต 
จากวันที่สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม ๙ ประโยค เพราะความรักที่มีต่อพระพุทธศาสนาอย่างเปี่ยมล้น เมื่อก้าวขึ้นสู่การบริหารคณะสงฆ์ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะผู้ปกครอง แม้พระเถระผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ต้องการให้เป็นเจ้าคณะผู้ปกครองในภาคกลาง แต่เจ้าประคุณสมเด็จฯ กลับเลือกที่จะไปเป็นผู้ปกครองทางภาคที่กันดารและเดินทางไปยากที่สุด คือ ภาคอีสาน เนื่องจากเจ้าประคุณสมเด็จฯได้เล็งเห็นว่า หากจะพัฒนาประเทศชาติและพระศาสนา จะต้องพัฒนาจากภาคที่มีประชากรมากที่สุดก่อน โดยเน้นที่การให้การศึกษา 
จากวันนั้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ ก็ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการที่จะพบปะผู้คน ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจ เพื่องานพระศาสนาอย่างต่อเนื่อง ออกไปเยี่ยมพระสงฆ์ในทุกวัดที่อยู่ในการปกครอง ศึกษาทั้งประวัติศาสตร์ และสภาพการเป็นอยู่เพื่อแนะนำการจัดระบบการศึกษา 
ภายหลังเมื่อลูกศิษย์รูปหนึ่งออกไปปฏิบัติศาสนกิจในจังหวัดที่ห่างไกล เกิดอาพาธไม่มีโรงพยาบาลรักษาจนถึงแก่มรณภาพลง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างตึกสงฆ์อาพาธในจังหวัดชายแดนตามมาอย่างเงียบๆ ภายใต้ชื่อ “ตึกผู้มีพระคุณ” โดยไม่มีการเรี่ยไร ไม่มีการบอกบุญ และไม่ได้ประกาศให้ใครรับรู้ ทุนในการสร้างทั้งหมดได้มาจากการรวบรวมปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาที่ทำบุญในโอกาสต่างๆ เมื่อครบจำนวนก็ลงมือสร้างตามแบบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จากวันนั้นเป็นต้นมา ตึกสงฆ์อาพาธภายใต้ชื่อ “ตึกผู้พระคุณ” จึงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนตึกแล้วตึกเล่าตราบจนปัจจุบัน 
ในส่วนงานพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ออกเดินทางไปต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก เพื่อหาแนวทางที่จะให้มีวัดเกิดขึ้นในประเทศนั้นๆ อันมีแรงบันดาลใจมาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) ผู้เป็นพระอาจารย์
เนื่องจากวัดสระเกศนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพระพุทธศาสนาต่างประเทศมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์มีพระราชดำริที่จะให้มีการฟื้นฟูพระศาสนาให้ตรงตามแบบเดิม จึงได้คัดเลือกพระที่จะไปสืบศาสนาที่ประเทศศรีลังกา และคัดเลือกได้พระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพจากวัดสระเกศ ๒ ท่าน
ภายหลังเมื่อพระอาจารย์ดีกับพระอาจารย์เทพกลับมาจากลังกา ได้นำหน่อต้นโพธิ์มาด้วย ๓ หน่อ รัชกาลที่ ๒ ทรงให้ปลูกไว้ที่วัดสระเกศต้นหนึ่ง ที่วัดสุทัศน์ต้นหนึ่ง และที่วัดมหาธาตุต้นหนึ่ง
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้รับนิมนต์จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ไปสังเกตการณ์การศึกษาพระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา เป็นเหตุให้เห็นหนทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และในโอกาสต่อมาก็ได้เริ่มวางรากฐานพระพุทธศาสนาในอเมริกา โดยอาศัยสมาคมชาวไทยต่างๆ เช่น สมาคมชาวไทยอีสาน สมาคมชาวไทยเหนือ และสมาคมชาวไทยทักษิณ ตลอดจนนักศึกษาในอเมริกา เพื่อหาวิธีการที่จะสร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกาให้ได้ 
ภายหลังการวางรากฐานพระพุทธศาสนาในอเมริกาบรรลุผลสำเร็จ เจ้าประคุณสมเด็จจึงได้เปลี่ยนเส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปสังเกตการณ์พระศาสนาในยุโรป 
สำหรับทางยุโรป โดยเฉพาะประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นดินแดนที่ไม่น่าจะมีพระสงฆ์สามารถไปสร้างวัดไทยได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศค่อนข้างเหน็บหนาว ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี 
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ยึดเอาประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรก และเป็นจุดเริ่มต้นในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแถบสแกนดิเนเวีย โดยมีความเชื่อมั่นว่า แม้สภาพภูมิอากาศประเทศในแถบสแกนดิเนเวียจะหนาวเกือบตลอดทั้งปี แต่สภาพจิตใจของคนในแถบนี้กลับอ่อนโยน จึงเกิดความเชื่อมั่นว่า พระพุทธศาสนาน่าจะเจริญได้ในสแกนดิเนเวีย จึงชักธงธรรมจักรขึ้นเหนือหน้าต่างคอนโดที่พัก เป็นสัญลักษณ์ว่าพระพุทธศาสนาเริ่มหยั่งรากฝังลึกลงบนดินแดนแห่งนี้แล้ว ทำให้วัดไทยเกิดขึ้นอีกมากมายในเวลาต่อมา เช่น วัดไทยเนเธอร์แลนด์ วัดพุทธาราม กรุงสต๊อกโฮล์ม วัดพุทธาราม เฟรดิก้า ประเทศสวีเดน วัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ วัดไทยเดนมาร์ค กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค วัดไทยฟินแลนด์ กรุงเฮลซิงกิ วัดไทยในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน วัดไทยไอซแลนด์ และวัดไทยเบลเยียม ซึ่งขยายวัดออกไปอีกถึง ๓ วัดในลักซัมเบิร์กในเวลาต่อมา 

วัดไทยเนเธอร์แลนด์นั้น ถือได้ว่าเป็นวัดไทยแห่งแรกในยุโรปเหนือ และเป็นศูนย์ฝึกพระธรรมทูตให้รู้จักวิธีการดำรงชีวิตในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย จากนั้นพระธรรมทูตก็จะถูกส่งออกไปปฏิบัติศาสนกิจในประเทศต่างๆ ในแถบนี้
พระพุทธศาสนาในประเทศสวีเดนได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดียิ่ง และเป็นประเทศแรกในโลกตะวันตก ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างวัด โดยดำริจะให้มีวัดไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พระพุทธศาสนาในประเทศของตน และได้จัดสรรพื้นที่ให้กว่า ๒๗๐ ไร่ เพื่อดำเนินการสร้างวัดไทย การที่ภาครัฐและเอกชนของประเทศสวีเดน ได้เข้ามาดูแลการสร้างวัดไทยเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา หากเอาเงินไทยไปสร้างวัดให้ฝรั่ง จะต้องนำเงินไทยออกจากประเทศจำนวนมหาศาลจึงจะสร้างวัดได้สักวัดหนึ่ง 
การสร้างวัดไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะทางด้านยุโรป พระสงฆ์ได้ใช้เงินไทยน้อยมาก โดยใช้เงินประเทศนั้นเพื่อสร้างวัดประเทศนั้น ซึ่งเป็นการให้ฝรั่งสร้างวัดพระพุทธศาสนาให้ฝรั่งเอง เพราะเจ้าของผู้สร้างจะได้เกิดความรักความผูกพันในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา จะทำให้วัดไทยมีความมั่นคง ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี เจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงวางเป็นแนวทางการสร้างวัดสำหรับพระธรรมทูตไว้ว่า 
“พระสงฆ์ไปปฏิบัติงานประเทศใดต้องใช้เงินของประเทศนั้นสร้างวัด เพราะถ้าจะเอาเงินไทยไปสร้างวัดในต่างประเทศ เราจะต้องเอาเงินบาทออกนอกประเทศเท่าไรจึงจะสร้างวัดได้วัดหนึ่ง ค่าเงินบาทกับเงินต่างประเทศแตกต่างกันมาก พระสงฆ์ที่ไปอยู่ต่างประเทศจึงต้องเก่งและมีความอดทนสูง”
เมื่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้สร้างอาคารหลังหนึ่งขึ้นภายในบริเวณวัด และให้ชื่อว่า “อาคารอนุสรณ์สมเด็จฯ ญาโณทยมหาเถระ พ.ศ.๒๕๑๗” นัยหนึ่งก็เพื่อเป็นที่พักพระสงฆ์ต่างประเทศ ที่เข้ามาศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ให้ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องที่อยู่อาศัย แต่อีกนัยหนึ่งนั้น ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) พระอาจารย์ผู้จุดประกายความคิดที่จะให้พระพุทธศาสนาแผ่ไพศาลไปในโลกตะวันตก
อาจจะกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศทั่วโลก เกิดจากการวางรากฐานที่สำคัญของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ผู้เปิดวิสัยทัศน์ธรรมสู่วิสัยทัศน์โลก เป็นเหตุให้พระสงฆ์ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นพระธรรมทูตได้ยึดเป็นแนวทางอันเดียวกัน เป็นที่มาแห่งความสำเร็จของงานพระศาสนาในต่างประเทศ ทำให้พระพุทธศาสนาแผ่ไพศาลไป เป็นที่พักพิงทางด้านจิตใจแก่ชาวไทย และประชาชนในต่างประเทศทั่วโลก ในปัจจุบัน


ประวัติโดยสังเขป
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ นามเดิมว่า เกี่ยว นามสกุล โชคชัย นามฉายา อุปเสโณ เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๑๔๗๑ ณ บ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี

การบรรพชาอุปสมบท
เมื่อยังเยาว์ ได้ศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน จนจบประถมปีที่ ๔
เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดภูเขาทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี แม้เจตนาจะบวชเพียงแค่ ๗ วัน แต่ด้วยปุพเพกตปุญญตา ทำให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังคงมั่นในสมณเพศต่อมา หาได้คิดลาสิกขาไม่ โยมมารดาจึงนำไปฝากไว้กับท่านพระครูอรุณกิจโกศล (หลวงพ่อพริ้ง) วัดแจ้ง ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นผู้ฝักใฝ่ในการศึกษา มีวิริยะ อุตสาหะ จนหลวงพ่อพริ้งเห็นอุปนิสัย ได้นำไปฝากไว้กับเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) โดยอยู่ในการปกครองของพระธรรมเจดีย์ (เทียบ ธมฺมธโร) ณ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๒ เมื่อมีอายุครบอุปสมบท ก็ได้อุปสมบทที่วัดสระเกศ โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ญาโณทยมหาเถระ (ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมวโรดม) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์

การศึกษาและหน้าที่การงาน
พ.ศ. ๒๔๙๗ สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๙๗ ไปร่วมประชุมฉัฏฐสังคีติ ณ ประเทศพม่า
พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นกรรมการพิเศษแผนกตรวจสำนวนแปลวินัยปิฎก ฉบับปี ๒๕๐๐ ของคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๐ ไปร่วมประชุมอรรถกถาสังคายนา ณ ประเทศพม่า
พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นผู้ช่วยอธิการบดี มหาจุฬาฯ
พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปดูการศาสนาและเพื่อศาสนสัมพันธ์ ที่ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ฯลฯ
พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นประธานคณะกรรมการต้อนรับสมณทูต จากไต้หวัน
พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ปัจจุบัน คือ อธิการบดีมหาวิยาลัย)
ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค ๙
เป็นหัวหน้าอำนวยการพระธรรมทูต สายที่ ๘ 
พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๙
เป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปสังเกตการณ์ การศึกษาพระพุทธศาสนา ที่ประเทศลาว ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ในความอุปถัมภ์ของ พ.ส.ล.
พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ
พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
พ.ศ. ๒๕๑๕ ไปสังเกตการณ์การศึกษาทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ตามคำนิมนต์ของรัฐบาลอเมริกา
พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๑๐
เป็นรองประธานสภาสงฆ์แห่งโลก
พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นประธานกรรมาธิการ สังคายนาพระธรรมวินัย ตรวจชำระ พระไตรปิฎกในมหามงคลสมัยพระชนมพรรษา ๕ รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
เป็นประธานคณะกรรมการสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการชำระและพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎก เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕
พ.ศ ๒๕๔๗ เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีบัญชาให้จัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ 

พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้มีบัญชาให้จัดตั้ง โครงการพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้มีบัญญาให้จัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือวัด และผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมของคณะสงฆ์ นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้วัดต่างๆ ที่ประสบอุทกภัยกว่า 1,000 แห่ง

 

ภาพ และ ข้อมูลจาก:

เรียบเรียง : ศรีสุดา วินิจสุวรรณ์ @sresuda




Web1