นายกรัฐมนตรี แถลงยุบสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2554 เวลา 20.30 น.

By FM100.5 คลื่นข่าวสาร | 9 พ.ค. 2554 22:40 | 450 views | View Comment


      พี่น้องประชาชนที่เคารพทั้งหลาย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้นำพระราชกฤษฏีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎรทูลเกล้าฯ บัดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐบาลจะได้นำเอาพระราชกฤษฎีกานี้ ประกาศในราชกิจกานุเบกษา ในวันพรุ่งนี้ คือวันที่ 10 พฤษภาคม เป็นผลให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงใช้พระราชอำนาจ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทำให้การปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย เดินหน้าต่อไปได้
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ การยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้น หมายถึงการสิ้นสุดลงของวาระของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล

แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าการยุบสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วย เป็นการเริ่มต้นสำหรับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งและเป็นการเริ่มต้นการเดินหน้าประเทศไทย ในการที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนและครอบครัว อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ภายใต้กระบวนการของประชาธิปไตย

ผมจึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งและด้วยความหวังว่า พี่น้องประชาชนจะได้ใช้โอกาสที่สำคัญนี้ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ยังคงค้างอยู่

การสิ้นสุดของสภาผู้แทนราษฎรหรือวาระของรัฐบาลจากการยุบสภาในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า งานของรัฐสภาหรืองานของรัฐบาลจะสิ้นสุดลง ตรงกันข้าม  ผมตระหนักดีว่า ในปัจจุบันนี้ ยังคงมีปัญหามากมายที่พี่น้องและครอบครัวยังต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน พี่น้องประชาชนและครอบครับจำนวนมาก ยังต้องเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพ  ข้าวของแพง มีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายและรอคอยที่จะให้มีการเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ 

พี่น้องประชาชนและครอบครัวจำนวนมากในชนบท ยังรอคอยที่จะเห็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ดีมากกว่า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อที่จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ลูกหลานคนไทยอีกจำนวนมาก ยังคงต้องการโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ของคุณภาพ ทั้งในแง่ของโอกาส ในการที่จะเรียนต่อไปจนถึงระดับปริญญา หรือระดับของอุดมศึกษา 

พี่น้องประชาชนและอีกหลายคน ต่ออีกหลายครอบครัวยังคงวิตก กังวล ทุกข์ใจกับปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่กัดกร่อนความมั่นคง ที่ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศเท่านั้น แต่หมายถึงชีวิตของคนในครอบครัว ชีวิตของคนในชุมชน ชีวิตของคนในสังคม 

ปัญหาอื่น ๆ ครับที่เป็นงานที่ยังจะต้องทำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาการกระทั่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการเดินหน้าแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เป็นโอกาสอันดีของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ  ว่าเราควรจะเดินหน้าประเทศไทย  ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้อย่างไร
 
พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ แม้ว่าผมจะได้กล่าวถึงงานจำนวนมากที่เราจำเป็นจะต้องทำต่อไป  แต่เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ครับ เพราะว่างานหลายอย่างนั้น ก็ได้มีการเริ่มต้นมาแล้ว  ท่ามกลางความยากลำบากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติ ซ้อนวิกฤติ เป็นระยะเวลา กว่า 5 – 6 ปี

พี่น้องประชาชนคงจำได้ครับว่า ปัญหา ทางการเมืองของเรา เริ่มมาตั้งแต่ปี 2548 – 2549  ซึ่งมีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลในเรื่องของการทุจริต คอรัปชั่น ต่อมา ในปี 2549 ก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร  ทำให้ระบอบประชาธิปไตยของไทย ต้องสะดุดลง  ต่อมาก็มีเรื่องของ คดียุบพรรค การเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองอย่างมาก  ต่อมาก็มีรัฐบาล ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ภายใต้ความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนในสังคม

แม้กระทั่งในช่วงรัฐบาลของผม ก็มีการชุมนุม การประท้วง การก่อเหตุจลาจล จนนำมาสู่เรื่องของการสูญเสีย ซึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ต่อเศรษฐกิจการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และแน่นอนที่สุด ก็คือชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
แต่ผมพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำครับว่า ท่ามกลาง ภาวะความยากลำบากเหล่านี้ ปัญหาที่เป็นปัญหาพื้นฐานของพี่น้องประชาชนนั้น ก็ได้มีการเดินหน้าในการแก้ไข เริ่มต้นนโยบายหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ จะใช้เป็นประโยชน์ในการเดินหน้าต่อไป

ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งนั้น  เศรษฐกิจไทยของเรา ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเศรษฐกิจโลก อัตราการขยายตัวติดลบอย่างรุนแรง  คนกลัวกันว่าจะเกิดปัญหาการว่างงานพุ่งขึ้นเป็น 1 ล้าน ถึง 2 ล้านคน สุดท้ายการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้การว่างงานนั้น ไปแตะที่ 7 แสนคนเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ลดลง อย่างรวดเร็วเหลือ 3 แสนคน ฟื้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเป็นบวก   การส่งออก การท่องเที่ยวสูงเป็นประวัติการณ์ แม้แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ก็สูงสุดในรอบเป็น 10 ปี

ถามว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจดีเป็นที่พอใจหรือไม่ ก็ต้องตอบครับว่า ไม่พอใจ เพราะตราบเท่าที่ยังมีพี่น้องประชาชนและครอบครัว ตั้งแต่แม่ฮ่องสอนลงไปนราธิวาส จากกาญจนบุรีไปอุบลราชธานี ยังคงมีปัญหาที่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เราพอใจไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็พูดได้ว่า การแก้ไขปัญหาปูทางไปสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ดี เป็นงานที่เราได้เริ่มต้นแล้ว
 
ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่ง พี่น้องประชาชนและหลายครอบครัว มีภาระมากครับ ทั้งในเรื่องการศึกษาของลูกหลาน ทั้งในเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย  รัฐบาลได้มาเริ่มต้นนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษต่างๆ ได้นำโครงการเบี้ยยังชีพถ้วนหน้ามาให้พี่น้องประชาชนที่อายุเกิน 60 ปี แบ่งเบาภาระให้แก่พี่น้องประชาชนไปได้

ถามว่าเพียงพอหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่พอ เพราะ ผมเชื่อมั่นว่า ครอบครัวของพี่น้องนั้น ก็ต้องการมีหลักประกันความมั่นคง  การสร้างโอกาสให้แก่ลูกหลาน มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่งานที่จะทำสิ่งเหล่านี้นั้น เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เราได้เริ่มต้นแล้ว
 
ก่อนที่ผมจะเข้ามารับหน้าที่ เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาดินฟ้าอากาศ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนในเรื่องราคาของพืชผล  รัฐบาลได้เข้ามาเริ่มต้นโครงการประกันรายได้ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแบบครอบคลุมทั่วถึง  ไปถึงมือเพื่อเป็นหลักประกันรายได้เป็นครั้งแรก ทำให้พี่น้องเกษตรกร ทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน  พร้อม ๆ กันไป ก็ได้อนุมัติโครงการประกันภัยพืชผล ที่จะมีการใช้ต่อไปปลายปีนี้  

ถามว่าเพียงพอหรือยังในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรให้เป็นที่พึงพอใจ ก็ต้องตอบว่ายัง แต่ขณะเดียวกันก็พูดได้เช่นเดียวกันว่า งานที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง

พี่น้องครับ  นอกเหนือจากเรื่องของเศรษฐกิจและปากท้องแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งยังหนักหน่วงอยู่ แน่นอนที่สุด ถามว่า วันนี้มีความปรองดองสมานฉันหรือยัง ก็ต้องตอบว่ายัง แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ยืนยันความเป็นนิติรัฐของประเทศ ให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นปกครองด้วยกฎหมาย และก็สามารถทให้ภาวะต่างๆ กลับเข้ามาสู่ ความเป็นปกติระดับหนึ่ง ที่จะคืนอำนาจให้แก่พี่น้องประชาชนได้ ดังนั้น งานที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ก็ได้เริ่มต้นแล้ว เช่นเดียวกัน

ยังคงมีปัญหาอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดการทุจริตคอรัปชั่นหรือปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ซึ่งยังต้องแก้ไขต่อไป แต่ในทุกเรื่องเหล่านี้ ผมก็ยืนยันได้ว่า งานได้เริ่มต้นแล้ว ในการป้องกันปราบปราม ในการที่จะแก้ปัญหาอย่างครบวงจร ซึ่งสามารถที่จะเป็นฐาน ในการที่จะทำงานแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ต่อไป
วันนี้ผมจึงบอกได้ว่า แม้เรามีงานที่ต้องทำอีกมาก แต่เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ และวันนี้ การตัดสินใจของพี่น้องประชาชน จึงเป็นการตัดสินใจว่า  วิธีที่ดีที่สุด ที่จะเดินหน้าประเทศไทย แก้ไขปัญหานั้นคืออะไร

พี่น้องที่เคารพครับ การตัดสินใจในวันนี้ ในเรื่องของการเดินหน้าประเทศ จึงเป็นการตัดสินใจว่า เราจะให้ประเทศของเรานั้นเดินไปในทิศทางไหน จะเดินไปข้างหน้าหรือว่าเดินถอยหลัง หรือจะเดินวนจมปลักอยู่กับปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านๆ มา  ซึ่งทำให้ปัญหาอีกหลายอย่าง ของพี่น้องประชาชน ที่เป็นปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้รับการแก้ไข
 
จากวันนี้ไป นักการเมือง พรรคการเมืองทั้งหลาย ก็คงจะได้รณรงค์หาเสียง นำเสนอวิสัยทัศน์ ความคิด นโยบายในการแก้ไขปัญหา
 
วันนี้ คงไม่ใช่โอกาสที่ผมจะมาพูดจาปราศรัยทางการเมืองครับ   แต่ขอเปิดใจว่า  ในฐานะที่ได้ทำงานมา 2 ปีกว่า ๆ นั้น อยากจะเห็นประเทศของเรานั้น เดินหน้าไปอย่างไร ผมหวังว่า ไม่ว่าพี่น้องประชาชน ที่ดูอยู่ขณะนี้ จะนิยมชมชอบพรรคการเมืองใด ใส่เสื้อสีอะไร หรือแม้กระทั่งไม่สนใจในทางการเมือง เราน่าจะเห็นตรงกันในบางเรื่อง

ในเชิงนโยบายผมว่า  เราน่าจะเห็นตรงกันว่า ความจำเป็นในการที่เราจะต้องช่วยพี่น้องคนยากคนจน คนมีรายได้น้อย ให้มีรายได้ที่เพียงพอ ต่อสู้กับปัญหาของแพง ค่าครองชีพ เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ต้องยกระดับรายได้ เพิ่มค่าแรง เพื่อให้พี่น้องคนยากคนจนของเรานั้น มีรายได้ที่เพียงพอ  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะมาเป็นรัฐบาล หรือใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมหวังที่จะเห็นว่า การให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกหลานของเราในเรื่องของการศึกษา ยังจะต้องทำต่อไป ทำอย่างไรจะให้ลูกหลานของเรามี การศึกษาสูง ๆ ได้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นหลักประกันในเรื่องของรายได้ มีอาชีพ และมีชีวิตที่ดีต่อไป
 
ไม่ว่าพรรคการเมืองใด จะมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมก็อยากจะเห็นว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรนั้น มีความแน่นอน มีหลักประกันความมั่นคงมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการคงระบบประกันต่างๆ เอาไว้ ก็ยังจะต้องมีการเพิ่มในเรื่องของค่าตอบแทน กำไร หรือรายได้ของพี่น้องเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากพ้นจากการเป็นหนี้เป็นสิน สามารถที่จะมีเงินออม และมีความมั่นคงในชีวิตได้ต่อไป 


และไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ผมหวังที่จะเห็นการปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจัง สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อให้ภัยคุกคามภัยนี้ มันพ้นออกไปจากสังคมไทยของเราและทำให้ลูกหลานของเรานั้น อยู่ในสังคมที่มีความปลอดภัย

แต่นอกเหนือจากทิศทางในเชิงนโยบายแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านั้น ก็คือหลักการในการบริหารบ้านเมือง ผมคิดว่า เราควรจะเห็นตรงกัน  ว่าจากวันนี้ไป การเมืองการปกครองของไทยนั้นต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เดินออกนอกเส้นทาง ไม่เดินออกนอกรัฐธรรมนูญ ไม่เดินออกนอกกฎหมาย  ผมคิดว่า เราควรจะเห็นร่วมกันครับว่า การเมืองในวันนี้ ต้องเป็นการแข่งขันในทางความคิด ทางนโยบายอย่างสร้างสรรค์ 

ไม่ใช่การยุยงให้เกิดความขัดแย้ง ปลุกระดม จนนำไปสู่เรื่องของความรุนแรงเสีย  ผมคิดว่า เราจะเห็นตรงกันครับว่า การสร้างความเชื่อมั่นความศรัทธาของรัฐบาล จะต้องเกิดจากความยึดมั่น ในเรื่องของความโปร่งใส ไม่ใช่ปล่อยให้ปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น มาทำลายศรัทธาของประชาชน 

และผมคิดว่า เราควรจะเห็นตรงกันครับว่า ใครก็ตามที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล มาบริหารประเทศ จะต้องยึดมั่นผลประโยชน์ของส่วนรวมและผลประโยชน์ของประเทศเท่านั้น ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวตน ของพวกพ้องของพรรค

ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร  ขอบคุณรัฐมนตรี ขอบคุณข้าราชการทุกท่าน ที่ได้ทำหน้าที่ของตนในการทำงาน ทำให้รัฐบาลสามารถที่จะผลักดันงานหลายอย่างออกมาได้ 
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่นอกเหนือจากจะมอบความไว้วางใจผ่านสภาผู้แทนราษฎร  ให้ผมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล  ซึ่งเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของตัวผม ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา  ผมทราบซึ้งในกำลังใจ ความเข้าใจ และการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนในการทำงานของผม

และทุกวันที่ผมตื่นขึ้นมาผมตระหนักอยู่เสมอว่า ความไว้วางใจ ที่พี่น้องมีให้นั้น เป็นสิ่งที่ผมต้องตอบแทนด้วยการทุ่มเท ทำงานเต็มความสามารถ ไม่มีสิทธิ์เหนื่อย ไม่มีสิทธิ์ท้อแท้ ไม่มีสิทธิ์ท้อถอย บางวันเป็นวันที่ผมทำงานแล้วมีความสำเร็จ ผลประโยชน์ต่าง  ๆ ตกสู่พี่น้องประชาชน

นั่นคือความภาคภูมิใจ นั่นคือความพึงพอใจ ของคนที่เป็นนักการเมืองอาชีพอย่างผม แต่อีกหลายวันผมทราบดีว่า งานของผมไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ก็บางวันทำให้พี่น้องประชาชนหลายส่วนผิดหวัง แต่ไม่ว่าจะเป็นวันที่พี่น้องประชาชน สมหวังหรือผิดหวังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่า ผมได้ทำเต็มความสามารถเพื่อที่จะตอบแทน สิ่งที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้ผมตลอดระยะเวลา  2 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา 

วันนี้ หน้าที่ของผมกำลังสิ้นสุดลง แต่หน้าที่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น  นั่นคือการตัดสินใจ ชี้ชะตา ทิศทางและอนาคตของบ้านเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเอง  และแก้ปัญหาให้กับประเทศไทยที่เรารักทุกคน   พี่น้องครับ ผมมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ ขอขอบคุณครับ
 
 




Web1