เลขา คปภ.จี้บริษัทประกันห้ามประวิงจ่ายสินไหมย้ำผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองแน่

By TNA | 15 ม.ค. 2555 12:14 | 248 views | View Comment

กรุงเทพฯ 15 ม.ค.-นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทางสำนักงาน คปภ.ทั่วประเทศได้รับการร้องเรียนจากผู้เอาประกันภัยและประกันชีวิตผ่านสายด่วนประกันภัย 1186 ว่า มีบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตจำนวนมากประวิงการจ่ายสินไหมทดแทนและบางรายมีการทำประกันภัยแล้วไม่สามารถเคลมประกันหรือเรียกค่าชดเชยใดๆได้จากบริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิตต่างๆนั้น โดยในเรื่องนี้ คปภ.ได้มีการย้ำในการประชุมร่วมกับทางบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัยแล้วว่าขอให้ทุกบริษัทปฏิบัติตามข้อตกลงไว้ในกรมธรรม์และไม่ควรประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเด็ดขาด ซึ่งทุกบริษัทรับทราบและพร้อมที่จะปฏิบัติ ตามอย่างเต็มที่ โดยหากรายใดประวิงการจ่ายหรือมีปัญหาทำให้ผู้เอาประกันภัยเดือดร้อน ทาง คปภ.มีบทลงโทษตามกฎหมายที่ชัดเจน จึงเชื่อว่าทุกบริษัทน่าจะรับทราบปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อย ซึ่งได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ.ภาคต่างๆเร่งติดตามดูแลค่าสินไหมทดแทนกับทางบริษัทประกันภัยต่างๆแล้ว แต่ยอมรับว่าอาจจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบางรายไม่แจ้งข้อมูลให้กับทาง คปภ.ต่างๆทราบ ดังนั้น จึงอยากให้ผู้บาดเจ็บหรือญาติผู้เสียชีวิตสามารถติดต่อขอรับเงินชดเชยสินไหมทดแทนกับทางบริษัทประกันภัยต่างๆ ได้

ทั้งนี้ จากเกิดเหตุรถตู้โดยสารสาธารณะสายกรุงเทพมหานคร-ฉะเชิงเทรา พุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ขาออก หลักกิโลเมตรที่ 34 มุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย นั้น โดยรถตู้คันดังกล่าวได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทไทยศรีประกันภัย จำกัด ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากการประกันภัยได้ในวงเงินไม่เกิน 550,000 บาท โดยได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำที่ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตจะได้รับ จำนวน 400,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวเป็นความคุ้มครองจากการประกันภัยรถภาคบังคับจำนวน 200,000 บาท และภาคสมัครใจ (ประเภท 3) จำนวนขั้นต่ำ 200,000 บาท ส่วนผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริงจำนวนไม่เกิน 400,000 บาท ซึ่งเป็นความคุ้มครองจากการประกันภัยรถภาคบังคับ 50,000 บาท และจากการประกันภัยรถภาคสมัครใจ (ประเภท 3) อีก 350,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้รถควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุของการทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ก่อนการเดินทางเพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น การทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของท่านได้  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186 หรือ www.oic.or.th ได้.- สำนักข่าวไทย




Web1