สพฐ.เตรียมเพิ่มเนื้อหาลงแท็บเล็ต ป.1 เปิด EduStore หนุนครูสร้างบทเรียนเอง

By TNA | 0.00000000 1332236903 | 364 views | View Comment

กระทรวงศึกษาธิการ 20 มี.ค. - สพฐ.เตรียมเพิ่มเนื้อหาแท็บเล็ตตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ทั้งการเขียนพยัญชนะ วาดรูประบายสี สูตรคูณ และส่งเสริมจิตสำนึก พร้อมเตรียมส่งเสริมจัดประกวดครูสร้างเนื้อหาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ใช้สอนนักเรียนเอง เล็งเปิด EduStore อัพโหลดรวบรวมเนื้อหาที่ครูสร้างขึ้น

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมการสำหรับนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน ว่า ได้รับข้อคิดเห็นจากนายกรัฐมนตรีให้เพิ่มเติมเนื้อหาสาระและสื่อที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ลงในแท็บเล็ต นอกเหนือไปจากสื่อที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำขึ้น เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่นักเรียนสามารถพกติดตัว หาความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเนื้อหาสาระที่จะเพิ่มเติมเข้าไป เช่น การเรียนเกี่ยวกับอักษรพยัญชนะ การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กใหญ่ วาดรูประบายสี สูตรคูณ และการส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นายชินภัทร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังฝากเป็นการบ้าน ให้กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ศึกษาวิจัยและเผยแพร่ให้ผู้ปกครองและประชาชนเข้าใจว่าการใช้แท็บเล็ตจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียนอย่างไร  ทั้งด้านภาษา การคิดเลข และการเรียนด้านอื่น ๆ โดยจะรวบรวมจากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

นายชินภัทร กล่าวว่า เพื่อให้มีสื่อการเรียนการสอนบนอุปกรณ์แท็บเล็ตอย่างต่อเนื่อง สพฐ.จึงเตรียมเสนอเป็นยุทธศาสตร์ "สามยกกำลังสาม" แบ่งแนวทางการขับเคลื่อนเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 3 เดือน ได้แก่ ช่วงสามเดือนแรกจะใช้สื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ 336 เรื่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด และดำเนินการเตรียมความพร้อมให้กับครูและศึกษานิเทศก์

ช่วงสามเดือนที่สอง จะส่งเสริมให้มีการนำสื่อไปใช้ในการเรียนการสอน และส่งเสริมให้ครูพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเฉพาะตัว จะจัดการประกวดสื่อเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง สื่อที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการจะนำไปรวบรวมไว้ที่แหล่งรวมสื่อการเรียนการสอนกลาง หรือ EduStore และครูที่ชนะการประกวดจะนับเป็นผลงานเพื่อพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะได้ด้วย ส่วนในช่วงสามเดือนที่สาม เป็นการนำสื่อและประสบการณ์ของครูที่ได้ผลดีมาขยายผลต่อไป

เลขาธิการ กพฐ. ยังกล่าวถึงการจัดซื้อแท็บเล็ตจากประเทศจีน ที่จะไม่ใช่การจัดซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G-to-G) แต่เป็นการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่า ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่เงื่อนไขความรับผิดชอบที่แตกต่างไป  แต่ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนยื่นมือมาช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์ที่สุด ได้เครื่องที่มีคุณภาพตามที่เราต้องการ ในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วความรับผิดชอบในการลงนามสัญญาต้องสอดคล้องกับระบบของรัฐบาลสองประเทศด้วย

สำหรับการจัดส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตให้กับโรงเรียนต่าง ๆ นั้น นายชินภัทร กล่าวว่า อยู่ระหว่างการวางแผนกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดูเงื่อนไขสัญญาว่าจะมีการทยอยส่งอย่างไร คาดว่าจะมีจำนวนหนึ่งที่ส่งมาให้หลังลงนามสัญญาประมาณ 15 วัน อาจเป็น 2,000 เครื่องหรือ 50,000 เครื่อง เพื่อให้ศึกษานิเทศก์และครูได้รับการฝึกอบรมใช้เครื่องเป็นกลุ่มแรก โดยวางขั้นตอนไว้ว่าจะพัฒนาวิทยากรหลักขั้นเทพประมาณ 100 คนก่อน จากนั้นไปขยายผลกับวิทยากรแกนนำ 1,000 คน แล้วเสร็จภายในช่วงเดือนเมษายน หลังจากนั้นวิทยากรแกนนำจะไปขยายผลกับศึกษานิเทศก์และครูอีก 55,000 คน ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม  ก่อนเปิดภาคเรียน โดยคาดว่าช่วงเวลาจะสอดรับความเหมาะสมที่นักเรียน ป.1  ซึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาจากอนุบาลจะได้เตรียมความพร้อมปรับสภาพ ไม่สามารถให้ได้รับแท็บเล็ตตั้งแต่วันแรกของการเรียนอยู่แล้ว.- สำนักข่าวไทย