พม่าต้องการนำเข้ารถยนต์ปิคอัพจากไทยแทนรถเก่าปีละ 6-8 หมื่นคันต่อปี

By TNA | 16 ก.พ. 2555 14:15 | 243 views | View Comment

กรุงเทพฯ 16 ก.พ. - นายโม โจ้  รองเลขาธิการสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงรถไฟ และกระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชนซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์

ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ ร่วมหารือกับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ของคณะนักธุรกิจข้าราชการรวม 40 คน นับเป็นการเดินทางออกมาหาลู่ทางการค้านอกประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์และต้องการนำเข้ารถยนต์ปิคอัพขนาด 1 ตัน จากประเทศไทยไปจำหน่ายโดยในการเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 55 โตโยต้าระบุว่า ต้องรอสอบถามนโยบายจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นก่อนจึงทำให้ยังไม่ได้รับคำตอบและวันนี้จะเดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์อีซูซุ

นายโม โจ้ กล่าวว่า ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์รถยนต์ที่จำหน่ายร้อยละ 90 เป็นรถใช้แล้วนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันรถยนต์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์มีจำนวนรวมประมาณ 380,000 คัน โดยร้อยละ 90 มีอายุใช้งานมากกว่า 5 ปี จึงขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการดูลู่ทางในการนำรถยนต์จากไทยไปจำหน่าย 60,000-80,000 คันต่อปี เนื่องจากปัจจุบันจำนวนรถยนต์ต่อจำนวนประชากรยังค่อนข้างต่ำ โดยจำนวนรถยนต์ 1 คันต่อประชากร 150 คน หรือรถยนต์ 1 คันต่อ 28 ครอบครัว จะเห็นได้ว่า ความต้องการใช้รถยนต์ยังมีอีกมหาศาล สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหภาพพม่า (จีดีพี) ของสหภาพพม่าหากเทียบกับจีดีพีของประเทศไทยเล็กกว่าไทยถึง 5 เท่า

สำหรับระบบภาษีรถยนต์ของพม่าเก็บภาษีร้อยละ 165 คิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดจำหน่ายของประเทศไทย สำหรับการขายรถยนต์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์สามารถเสนอผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลแล้วประมาณ 40 ราย ทั้งนี้สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์นำเข้าสินค้าจากไทยมากอันดับสองรองจากจีน โดยสินค้านำเข้าจากไทยจะผ่านตามชายแดน ส่วนสินค้าอื่นที่ต้องการนำเข้าอีก คือ อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ยอดนำเข้าประมาณปีละ 800 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันเข้านำเข้าจากประเทศไทย และจีน อยู่บ้างแล้ว แต่ต้องการนำเข้าจากไทยมากกว่าจีนแม้จะมีราคาสูงกว่า

นายโม โจ้ กล่าวว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์มีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ในขณะที่ประเทศไทยขณะนี้ก้าวสู่การเป็นประเทศผลิตรถยนต์เป็นดีทรอยต์เมืองผลิตรถยนต์ และประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่อีกด้วยจึงต้องการนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตจากไทย

นาย Aye Tun รองเลขาธิการร่วมสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ของพม่าตั้งมา 10 เดือนมีความพยายามปรับปรุงกฎหมายระเบียบต่าง ๆ รวมถึงอนุญาตให้สามารถนำเข้ารถยนต์เข้าไปจำหน่ายในพม่าได้ 80,000 คันต่อปี

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่า ในส่วนกลุ่มอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย จากการหารือผู้ประกอบการพม่า 37 ราย และผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทย  24 บริษัท ในช่วงเช้าวันนี้ เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีโอกาสที่ไทยจะส่งออก 1,800 ล้านบาท ที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังได้ ส่วนรถยนต์แม้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มีผู้ประกอบการรถยนต์มากถึง 16 ราย ก็ไม่สามารถขายให้ได้.  -สำนักข่าวไทย




Web1