ผลสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย อายุ 6 เดือนถึง 12 ปี พบเด็กไทยส่วนใหญ่เข้าข่ายโรคอ้วนและขาดสารอาหารโดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ-ซี-ดี

พบภาวะโภชนาการเด็กไทย “เข้าข่ายโรคอ้วน-ขาดสารอาหาร”

By สำนักข่าวไทย TNA News | 22 พ.ย. 2555 18:13 | 4922 views | View Comment

กรุงเทพฯ 22 พ.ย.- ผลสำรวจภาวะโภชนาการเด็กไทย อายุ 6 เดือนถึง 12 ปี พบเด็กไทยส่วนใหญ่เข้าข่ายโรคอ้วนและขาดสารอาหารโดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ-ซี-ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เสนอรัฐเร่งสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในเด็ก ให้กลับมามีภาวะโภชนาการและพัฒนาการที่เหมาะสมกับแต่ละวัย

สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรอยัลฟรีสแลนด์คัมพิน่า  ร่วมกันแถลงผลสำรวจภาวะโภชนาการของเด็กไทยอายุ 6 เดือนถึง 12 ปี ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการสำรวจภาวะโภชนาการและสุขภาพเด็กในภูมิภาคอาเซียน (The South East Asia Nutrition Survey ; SEANUTS โดย รศ.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะนักวิจัยเริ่มดำเนินโครงการ SEANUTS ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึงกรกฎาคม 2555 รวมระยะเวลา 18 เดือน โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 12 ปี จำนวน 3,100 คน ครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย คือ กรุงเทพฯ ลพบุรี เชียงใหม่ พังงา ศรีษะเกษ และกาฬสินธุ์ เพื่อประเมินภาวะโภชนาการ โดยการวัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบแขน ฯลฯ ร่วมด้วยการตรวจวัดความสมบูรณ์ของร่างกายด้านต่างๆ เช่น การวัดคุณภาพของกระดูก รวมถึงการวิเคราะห์ทางชีวเคมีในเลือด

ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวอีกว่า ผลจากการสำรวจชี้ชัดว่าเด็กไทยกำลังเผชิญกับภาวะทุพโภชนาการ ทั้งด้านการขาดสารอาหารบางอย่างและการได้รับสารอาหารบางอย่าง มากเกินความต้องการของร่างกาย โดยร้อยละ 20 ของเด็กไทยมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเข้าข่ายโรคอ้วน เนื่องจากพฤติกรรมในการบริโภคและได้รับสารอาหารไม่ถูกต้อง ตามหลักโภชนาการ และร้อยละ 60-70 บริโภคอาหารที่ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินเอ ซี และดี เด็กบางคนอาจได้รับอาหารเพียงพอ แต่สัดส่วนของอาหารไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ร้อยละ 18 ของเด็กในต่างจังหวัด และร้อยละ 9 ของเด็กในเมือง มีปัญหาโลหิตจาง รวมถึงภาวะขาดธาตุเหล็กและวิตามินดี อาจส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กในด้านที่สำคัญ เช่น การเรียนรู้ และร่างกายแคระแกร็นเป็นต้น

ทั้งนี้ จากผลสำรวจในภาพรวมยังพบว่า เด็กในอาเซียน โดยเฉพาะเด็กไทยและมาเลเซีย ประสบปัญหาภาวะโภชนาการคล้ายกัน คือมีน้ำหนักเกินและเข้าข่ายโรคอ้วน  ขณะที่อินโดนีเซียประสบปัญหาเด็กมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานและแคระแกร็นอย่างเห็นชัด ส่วนในเวียดนามเด็กในเขตเมืองจะมีภาวะน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วน

“ตรงนี้ทำให้เห็นภาพปัญหาโภชนาการ คณะกรรมการอาหารแห่งชาติคงต้องนำเรื่องเหล่านี้ไปพิจารณา แต่สำคัญพ่อแม่ต้องสอนให้ลูกกินให้เป็น ดูแลให้มีวินัย  ออกกำลังกายกลางแดด กินผักผลไม้ เนื้อสัตว์พอสมควร ไม่ใช่กินแต่แป้งกับน้ำมัน เพราะบ้านเราไม่ได้ขาดอะไร” รศ.วิสิฐ กล่าว.-สำนักข่าวไทย



Web1