นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา “Guide to Personal Income Tax Return”  ให้แก่ผู้เสียภาษีชาวไทยและต่างชาติ

กรมสรรพากรเปิดยื่นเสียภาษีภาษาอังกฤษรองรับเออีซี

By Digital Media | 15 ม.ค. 2556 16:18 | 1346 views | View Comment

กรุงเทพ 15 ม.ค. - นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา “Guide to Personal Income Tax Return”  ให้แก่ผู้เสียภาษีชาวไทยและต่างชาติเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และคำอธิบายวิธีการกรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) ฉบับภาษาอังกฤษที่จะเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปีภาษี 2555 ซึ่งกำหนดยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมนี้

นายสาธิต กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องการอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติและถือเป็นการปรับตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 ไปในคราวเดียวกัน โดยที่ผ่านมาต่างชาติที่มีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือมีรายได้เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่นำเข้ามาในไทยและพำนักอยู่ในไทยเกิน 180 วันมีหน้าที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ให้รัฐบาลไทย  แม้ว่าจะมีผู้ช่วยหรือเลขาทำหน้าที่คำนวณภาระภาษีให้ แต่เชื่อว่าผู้เสียภาษีก็อยากทราบว่ามีการคำนวณภาษีอย่างไร การมีแบบเสียภาษีภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้

“ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการทำเว็บไซต์ของกรมสรรพากรเป็นภาษาอังกฤษและยังมีการปรับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เป็นภาษาอังกฤษด้วย   จึงต้องชี้แจงและอธิบายแนะนำวิธีการกรอกแบบเป็นภาษาอังกฤษให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถยื่นแบบพร้อมชำระภาษีได้อย่างถูกต้อง และยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในอาเซียนอีกด้วย”  นายสาธิต กล่าว

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวอีกว่า หลังจากนี้กรมฯ จะไปแยกข้อมูลของผู้เสียภาษีที่เป็นต่างชาติว่ามีจำนวนเท่าใด จากจำนวนผู้ยื่นแบบทั้งสิ้นเกือบ 10 ล้านราย  อย่างไรก็ตาม  ในปีนี้กรมฯ  มีการปรับเปลี่ยนการยื่นแบบเสียภาษีหลายรายการ อย่างการยื่นเสียภาษีของสามีภรรยามีให้เลือกถึง 5 แบบ เพื่อให้สิทธิเสรีภาพมากที่สุด แม้จะทำให้รายได้หายไป 6,000-7,000 ล้านบาทก็ตาม อีกทั้งยังเร่งรณรงค์ให้มีการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้นในทุกประเภทภาษี หลังจากประสบความสำเร็จจากปีก่อนมีผู้ยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มจากร้อยละ 30  เป็นร้อยละ  40  ซึ่งปีนี้การจัดเก็บรายได้บุคคลธรรมดาน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี  เพราะการปรับอัตราภาษีใหม่ยังไม่มีผล จะมีก็เพียงรายที่หายไปจากการแยกยื่นภาษีของสามีภรรยาเท่านั้น  แต่ระยะยาวจะทำให้บุคคลธรรมดาหันมาเสียภาษีถูกต้องแทนที่จะเลี่ยงไปตั้งคณะบุคคลมากระจายฐานรายได้  เพื่อเสียภาษีน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพอิสระต่าง ๆ  ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปรับลดลงนั้น  ก็สั่งการให้สรรพากรพื้นที่สำรวจธุรกิจที่ยังไปได้ดี  เพื่อเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน.-สำนักข่าวไทย
 



Web1