คปภ.ยืนยันไม่ขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพกรณีที่โรงพยาบาลของรัฐเตรียมปรับเพิ่มค่าบริการรักษาพยาบาลมาตรฐานกลาง 8 รายการ

คปภ.ยืนยันไม่ขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 30 ม.ค. 2556 13:55 | 316 views | View Comment

ทำเนียบรัฐบาล 30 ม.ค.- นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจการประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า กรณีที่โรงพยาบาลของรัฐ เตรียมประกาศปรับเพิ่มค่าบริการรักษาพยาบาล มาตรฐานกลาง 8 รายการ เช่น ค่าผ่าตัดหรือหอผู้ป่วย ICU ตามค่าจ้างและเงินเดือนขั้นต่ำรวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น หลังจากไม่ได้ปรับมานานกว่า 10 ปี ส่วนความกังวลว่าเมื่อปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลแล้ว จะทำให้ต้นทุนค่าสินไหมทดแทนการประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นทันทีร้อยละ 6-8 จนส่งผลให้เบี้ยประกันที่จัดเก็บจากประชาชนผู้เอาประกันนั้น

นายประเวช ยืนยันว่า การเคลมประกันสุขภาพประชาชน ยังได้รับการรักษาในอัตราเท่าเดิมตามที่ทำสัญญาไว้ และยังจะไม่มีการประกาศให้ธุรกิจประกันภัยปรับเพิ่มเบี้ยประกันที่จัดเก็บจากประชาชน เพราะการคำนวนการปรับเพิ่มเบี้ยประกัน ตามหลักการของธุรกิจประกันภัย จะต้องคำนวนเบี้ย เปรียบเทียบจากสถิติย้อนหลัง 1-2 ปี ดังนั้น ทั้งเงินที่บริษัทจะจ่ายเคลมชดเชยค่ารักษาพยาบาล และเบี้ยประกันที่ประชาชนต้องจ่ายยังเท่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบ ผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2555 เพื่อสะท้อนข้อคิดเห็นของประชาชนต่อภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะได้นำผลการสำรวจไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของประชาชน

จากการประสบปัญหาภัยธรรมชาติในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย ภัยหนาว ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน ดินโคลนถล่ม/ดินสไลด์ โดยประชาชนได้รับความเสียหายถึงร้อยละ 81.2 ได้รับความเสียหาย ในจำนวนดังกล่าวเสียหายมากถึงร้อยละ 28.7 โดยการดำเนินการของภาครัฐเกี่ยวกับการป้องกันภัยธรรมชาติ ประชาชนกว่าร้อยละ 80 พึงพอใจต่อภาครัฐเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการป้องกันภัยธรรมชาติ โดยมีขั้นตอนที่ประชาชนพอใจ แต่ประชาชนร้อยละ 68.8 ไม่รู้ว่ารัฐบาลตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติขึ้นมาดูแลประชาชน

สำหรับผู้ว่างงานทั่วประเทศมีจำนวน 2.23 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.6 ของกำลังแรงงานรวม โดยเพิ่มขึ้น 4,000 คน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วยผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 62,000 คน อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 1.61 แสนคน โดยเป็นผู้ว่างงานที่มาจากภาคการผลิต 7.9 หมื่นคน ภาคการบริการและการค้า 4.7 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 3.5 หมื่นคน.-สำนักข่าวไทย



Web1