ผลวิจัยชี้ชายไทยเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสันหรือโรคสั่นสันนิบาตสูง หลังพบผู้ป่วยกว่าร้อยละ 74.3  เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมอง

ผลวิจัยชี้คนไทยป่วยเป็นโรคพาร์กินสันกว่าร้อยละ 74.3

By Digital Media | 7 มี.ค. 2556 16:22 | 972 views | View Comment

กรุงเทพฯ 7มี.ค.- ผลวิจัยชี้ชายไทยเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสันหรือโรคสั่นสันนิบาตสูง หลังพบผู้ป่วยกว่าร้อยละ 74.3  เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมอง แนะการออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอช่วยชะลอความเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสันได้

รศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์พาร์กินสัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่าจากการร่วมวิจัยกับหน่วยประสาทวิทยาของโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในประเทศไทย ร้อยละ 74.3 เผชิญกับอาการพาร์กินสันตอนกลางคืน ทำให้การนอนหลับผิดปกติ กระทบคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล ซึ่งภาวะพาร์กินสันกลางคืนอาจไม่เป็นที่สังเกตในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ผลวิจัยที่ค้นพบทำให้ทราบว่าผู้ป่วยอาจเสี่ยงกับการเกิดความรุนแรง เช่น หกล้ม เป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองอื่นๆ ได้  ซึ่งอาการพาร์กินสันกลางคืน ได้แก่ นอนละเมอ ลุกขึ้นปัสสาวะบ่อยมาก แขนขาเกร็ง กระตุกจนตกเตียง หรือทำร้ายคนที่นอนข้างๆ นอนกรนในภาวะหลับลึก จนเกิดการหยุดหายใจ ซึ่งหากผู้ดูแลเข้าใจและพามาปรึกษาแพทย์ จะสามารถลดอาการต่างๆ ได้ด้วยการใช้ยา ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

นพ.รุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า โรคพาร์กินสัน หรือคนทั่วไปเรียกว่าโรคสั่นสันนิบาต หมายถึงภาวะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวหรือบังคับไม่ให้สั่นได้ มักพบในผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบที่อายุ 35 ปีขึ้นไปก็ได้ สาเหตุเกิดจาภาวะที่สมองขาดสารโดปามีน กรรมพันธุ์มีส่วนร้อยละ 20 และสภาพแวดล้อม เช่น การได้รับสารเคมีบางชนิด รวมถึงการกระทบกระเทือนทางสมอง ก็ส่งผลต่อพาร์กินสันได้เช่นกัน  ซึ่งผู้ชายมีแนวโน้มเป็นได้มากกว่าผู้หญิง มักเริ่มต้นจากมาพบแพทย์ในลักษณะคล้ายไหล่ติด และแพทย์ต้องทำการตรวจวัดปริมาณสารโดปามีนในสมอง เพื่อยืนยันการเป็นพาร์กินสัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน  อย่างไรก็ตาม แพทย์พบว่าการออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งระบบประสาทของร่างกายที่อาจมีผลชะลอการเกิดพาร์กินสันได้.-สำนักข่าวไทย