ครม. เห็นชอบให้เพิ่มค่าอ้อยประจำปีการผลิต 55/56 ให้กับชาวไร่อ้อยในอัตราตันละ 160 บาท เพื่อให้ได้รับค่าอ้อยในระดับที่คุ้มต้นทุนการผลิต

ชาวไร่อ้อยเฮครม. เพิ่มเงินค่าอ้อยตันละ 160 บ.และเดินหน้าเปิดขายมันแบบรัฐต่อรัฐ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 19 มี.ค. 2556 19:15 | 1909 views | View Comment

 

กรุงเทพฯ 19 มี.ค.-นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมครม. เห็นชอบให้เพิ่มค่าอ้อยประจำปีการผลิต 55/56 ให้กับชาวไร่อ้อยในอัตราตันละ 160 บาท เพื่อให้ได้รับค่าอ้อยในระดับที่คุ้มต้นทุนการผลิต โดยให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงินรวมประมาณ 15,142.40 ล้านบาท ในอัตราอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อจ่ายเงินเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยในทุกตันอ้อยที่ส่งเข้าหีบในโรงงานน้ำตาลทราย ในฤดูการผลิต 55/ 56 จากผลผลิตอ้อยเบื้องต้นที่ 94.64 ล้านตัน หรืออาจเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายตามปริมาณอ้อยเข้าหีบจริง
 
ทั้งนี้ การดำเนินการจะใช้เวลาไม่เกิน 14 เดือน โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรม ควบคุม ตรวจสอบ กำกับดูแลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยให้ถึงมือชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยมีการบันทึกบัญชีให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนอ้อยฯและให้มีข้อมูลลูกหนี้แยกเป็นรายให้ชัดเจน รวมถึงจัดระบบควบคุม ตรวจสอบและกำกับดูแลโดยให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วยและรายงานให้ครม.ทราบ
 
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้คงการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศอีกก.ก.ละ 5 บาท เพื่อนำไปเป็นรายได้ของกองทุนอ้อยฯเพื่อนำไปชำระหนี้ เฉพาะเงินกู้ที่นำมาช่วยเหลือเพื่อเพิ่มค่าอ้อยและในปีการผลิต 55/56 เท่านั้นและเมื่อหมดความจำเป็นแล้วให้เสนอให้ครม.ยกเลิกการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายต่อไป รวมทั้งรับทราบแนวทางการปรับโครงสร้างต้นทุนการผลิตอ้อยตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอ 
 
อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสังเกตในเรื่องของต้นทุนที่ต้องการให้ความป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะการคำนวณราคาในต้นฤดุก่อนการหีบอ้อย เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียเปรียบ รวมทั้งให้นำผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอ มาเป็นฐานในการคำนวณต้นทุนร่วมด้วย
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การระบายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังของรัฐบาล และเห็นชอบให้มีการเจรจาซื้อขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่กำหนดให้ประธานคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังอนุมัติการดำเนินการระบายและมอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้เจรจาซื้อขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามโครงการแทรกแซงตลาดของรัฐบาลและให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์การระบายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯด้วย หากเจรจาจนถึงที่สุดแล้วมอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในสัญญาการซื้อขายในนามของรัฐบาลไทย และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์หารือกับกระทรวงพลังงาน ในการจำหน่ายมันสำปะหลังดังกล่าว เพื่อนำไปผลิตเป็นเอทานอลก่อนเป็นลำดับแรกก่อนจำหน่ายในรูปแบบรัฐต่อรัฐ.-สำนักข่าวไทย 


Web1