“วราเทพ” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มั่นใจเกิดประโยชน์คุ้มค่ามหาศาล ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

“วราเทพ” ยืนยัน พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 30 มี.ค. 2556 09:35 | 724 views | View Comment

กรุงเทพฯ 30 มี.ค. - นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” การออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลได้ถือแนวทางการปฏิบัติเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งได้หารือกับสำนักงานกฤษฎีกาในข้อกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ส่วนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความถือเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรมในการพิจารณา

โครงการของรัฐบาลมีแผน ยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน และเป็นการพลิกโฉมประเทศไทย จึงจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนสูง ส่วนการบรรจุแผนในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมา โครงการต่างๆ ที่อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณ มีความไม่แน่นอนในการได้งบประมาณดำเนินการในแต่ละปี หากเป็นกฎหมายต่างหากจะเกิดความแน่นอน และสร้างความมั่นใจในความต่อเนื่องของการเดินหน้าโครงการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี   

สำหรับข้อสงสัยว่า เป็นการตีเช็คเปล่าให้กับรัฐบาล ถือว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากในการออก พ.ร.บ. มีรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้สภาฯ ได้พิจารณารายละเอียด รวมทั้งแปรญัตติได้ ส่วนบัญชีแนบท้าย เป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้อย่างชัดเจน ที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าตามแผน โดยมีรายละเอียดอย่างชัดเจนครบทุกโครงการ แต่ไม่มีแผนพัฒนาการคมานาคมทางอากาศ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบอยู่แล้ว

“ข้อเรียกร้องที่ให้บรรุจเอกสารต่างๆ ไว้ใน พ.ร.บ. ขอชี้แจงว่า หากบรรจุไว้จริงตามนั้น แล้วหากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็จะต้องขออนุญาตจากสภาฯ ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นความไม่สะดวกอย่างยิ่ง” นายวราเทพ กล่าว

ส่วนในขั้นตอนการแปรญัตติ ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ขณะที่ความโปร่งใสของการเบิกจ่ายเงินในโครงการ 2.2 ล้านล้านบาท นายวราเทพกล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องนี้ และนายกรัฐมนตรีได้ย้ำในความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะดำเนินการตามข้อกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่การวัดผลของโครงการ แต่ละหน่วยงานจะต้องเสนอเรื่องเสนอโครงการต่างๆ และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ จะต้องรายงานผลต่อสภาฯ ทุกปี ก็ทำให้มีการตรวจสอบต่อเนื่อง

ส่วนภาระหนี้ที่เกิดขึ้น หากพิจารณากับโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้น ทั้งถนน รางรถไฟ ท่าเรือ และอื่นๆ จะพบว่า มีทรัพย์สินหรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเกิดขึ้นและอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน ขณะเดียวกันหากไม่ดำเนินการตอนนี้ แต่ไปลงทุนในอนาคต ต้นทุนของโครงการจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน รวมทั้งการเดินหน้าโครงการต่างๆ จะทำให้เกิดโอกาสและรายได้สำหรับประเทศไทยอย่างมหาศาล.-สำนักข่าวไทย



Web1