“กิตติรัตน์” สั่งกรมบัญชีกลางทบทวนกฎหมายประกวดราคา

By สำนักข่าวไทย TNA News | 19 พ.ค. 2556 15:55 | 252 views | View Comment

 

กรุงเทพฯ 19 พ.ค. - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปพิจารณาทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าร่วมประกวดราคาของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้สามารถเข้าร่วมประกวดราคาแข่งขันกับเอกชนได้ หลังข้อกฎหมายเดิมกำหนดไม่ให้หน่วยงานทั้ง 2 ราย เข้าร่วมประกวดราคาพร้อมกันเนื่องจากมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ดังนั้นจึงเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลได้  ซึ่งการปรับแก้กฎหมายครั้งนี้เป็นผลมาจากการลดบทบาทความรับผิดชอบของหน่วยงานลงจากเดิมเป็นผู้ควบคุมกำกับการให้บริการและให้บริการ มาเป็นผู้ให้บริการอย่างเดียว โดยหน้าที่กำกับกิจการถูกโอนให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง  กิจการโทรคมนาคมและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดูแลแทนแล้ว
 
“หลังมีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลและมีกรอบกฎหมายใหม่แล้ว บทบาทตรงนี้ก็ถูกแยกไป  จึงต้องมาทบทวนโดยเฉพาะสิทธิ์การเข้าร่วมการประมูลการให้บริการต่าง ๆ  แต่ถ้าจะเข้าร่วมประมูลกันแค่ 2 ราย คงไม่ถูกแน่  ดังนั้นจึงต้องดูว่าในการประมูลที่มีเอกชนเข้าด้วยอาจจะมีเอกชน 1 ราย เข้ามาร่วมแข่งขัน  แล้วมี 2 หน่วยงานนี้เข้าร่วมด้วย ก็น่าจะมีความเหมาะสม  เพราะจะได้เกิดการแข่งขันกันและจะมีประโยชน์กับภาครัฐด้วย”  นายกิตติรัตน์ กล่าว
 
ทั้งนี้  ที่ประชุมยังได้รับทราบแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมที่ใช้น้ำมันดีเซล วงเงิน 13,162.2 ล้านบาท ที่ผ่านการเห็นชอบจาก ครม.ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ขสมก.อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมประกวดราคา  ขณะที่การยกหนี้สินสะสมของ ขสมก.นั้น ล่าสุดกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมได้วิเคราะห์ทางเลือกการยกหนี้ไว้แล้ว โดยแยกเป็นสัดส่วนการยกหนี้ให้ตั้งแต่ร้อยละ 10-25  ซึ่งจากนี้คณะทำงานจะไปพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ก่อนเสนอให้ กนร.เห็นชอบต่อไป
 
“ทางเลือกที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ ก็น่าจะดูความเหมาะสมก่อนว่าแนวทางใดจะดีที่สุด เพราะจะต้องเลือกแนวทางที่ทำให้ ขสมก.มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบีด้า) ที่ควรจะเป็นบวก ขณะเดียวกันต้องทำให้สอดคล้องกันให้หมด ทั้งการพิจารณาผลประกอบการที่เหมาะสมหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ทำโครงการเกษียณอายุพนักงานก่อนกำหนดจะมีผลดีอย่างไร รวมถึงแนวทางจัดซื้อรถเมล์ก็หวังว่าจะจัดซื้อรถเมล์ใหม่ในล็อตแรกให้สามารถเริ่มใช้ได้ในปีนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลล็อตโตในทีเดียว  เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันที่น้อยรายไป”  นายกิตติรัตน์ กล่าว.- สำนักข่าวไทย
 


Web1