รายการ CEO VISION โดย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รายการ CEO Vision  พบกับ อาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ประธานบริหารบริษัท อาณาจักรกฎหมาย...

"เตรียมความพร้อมแก่ทนายความก่อนเปิดเสรีด้านวิชาชีพกฎหมาย" กับอาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

By Modern Radio - FM 96.5 | 14 มิ.ย. 2556 15:46 | 1822 views | View Comment

รายการ CEO VISION โดย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รายการ CEO Vision  พบกับ อาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ประธานบริหารบริษัท อาณาจักรกฎหมาย จำกัดและอดีตกรรมการบริหารสภาทนายความ ร่วมสนทนาในหัวข้อ ประชาคมอาเซียนผลกระทบต่อทนายความ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ทนายความและทราบถึงแนวโน้มการเปิดเสรีด้านวิชาชีพกฎหมาย


          วิชาชีพทางด้านกฎหมาย แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนอาเซียน ณ ตอนนี้ถ้าจะพูดถึงความร่วมมือความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น อาชีพนักกฎหมายยังไม่เปิดให้เคลื่อนย้ายอย่างเสรี แต่ก็มีแนวโน้มเหมือนกันว่าจะไปทางไหน ถ้าจะพูดถึง 8 วิชาชีพที่เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ก็มีตั้งแต่ วิศวกร พยาบาล สถาปนิก นักสำรวจ บัญชี ทันตแพทย์ แพทย์ และการบริการการท่องเที่ยว แต่ประเด็นที่จะคุย คือนอกเหนือจาก 8 อาชีพนี้ ถ้าพูดถึงในเรื่องมหาวิทยาลัยของระบบการศึกษา ก็คงจะตื่นตัวกันไม่น้อย ในการที่จะเตรียมนักศึกษาให้ก้าวเข้าสู่ความเป็น AEC แต่เด็กบางกลุ่มก็โดนเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ต้น เพื่อการเป็นพลเมืองของโลก ในเรื่องของการคิดและภาษา อีกกลุ่มหนึ่งก็ไม่ได้เตรียมอะไรเลย แต่ที่จริงแล้วคงจะมีเรื่องราวอีกมากกว่านั้น และนี่ก็เป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนภูมิภาคไปด้วยกัน ประเด็นหลักๆ เรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบริการด้านกฎหมายและวิชาชีพกฎหมาย ซึ่งไม่ได้เปิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี ตามข้อมูลที่ได้ศึกษามาจาก ทางคณะกฎหมายหรือนิติศาสตร์ต่างๆ ว่า อาชีพนี้ไม่ได้เปิดอย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นนักกฎหมายต่างชาติมักจะเป็นไปตามกระแสการลงทุนอยู่แล้ว มี 2 ประเด็น คือ เจ้าของทุนตั้งสำนักงานแล้วให้นักกฎหมายในท้องถิ่นมาทำงานด้วย แน่นอนว่าแต่ละพื้นที่ ประเทศ ท้องถิ่น มีกฎหมายที่แตกต่างกัน ตรงนี้ก็คือประเด็น ประเด็นที่ 2 คือ คนประเทศไทยตั้งสำนักงานท้องถิ่น มีหัวหน้าเป็นคนไทย ให้นักกฎหมายต่างชาติเข้ามาทำงาน


          ส่วนแนวโน้มการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน อาจารย์ประมาณ ระบุว่า กฎหมายเป็นวิชาชีพที่ค่อนข้างเฉพาะทาง จบนิติศาสตร์ ก็ต้องเรียนเนติบัณฑิต เรียนทนาย สอบทนาย ฝึกว่าความ กว่าจะว่าความเป็น กว่าจะว่าความเก่ง กว่าจะมีชื่อเสียง ก็ลำบากอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเปิดโลกความเป็นเสรี ตลาดก็จะกว้างขึ้น การแข่งขันมากขึ้น ทนายความก็ต้องเตรียมพร้อมมากขึ้น ผลกระทบมีไม่มากเท่าไหร่ น่าจะส่งเสริมมากกว่า อย่างกรณีที่มหาวิทยาลัยประเทศไทยมีการเรียนกฎหมายตั้งแต่ปี1 แต่ที่อเมริกา จะต้องจบอย่างอื่นมาก่อน แล้วเรียนในระดับปริญญาโทต่อ
          อาจารย์ประมาณมองว่าในต่างประเทศ ถ้าเป็นวิศวะ หมอ สถาปนิก จะเริ่มผูกไปในเฉพาะทาง ถ้าเป็นสถาปนิกมาก่อน มาเรียนกฎหมายจบ ก็จะมาผูกทางด้านสถาปนิกเกี่ยวกับกฎหมายด้านนี้ บ้านเราพอจบเตรียมอุดมเสร็จ มาเรียนอุดมศึกษา จบแล้ว ว่าความได้ทุกเรื่อง
          หากเปรียบในเรื่องของศักยภาพภาควิชาชีพต่างๆ กับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเรา วิชาชีพอิสระ เช่นทนายความ สถาปนิก วิศวะกร วิชาชีพเหล่านี้ มันค่อนข้างที่จะเฉพาะบุคคล เฉพาะทาง เฉพาะอาชีพ คนที่ไม่เกี่ยวข้องที่ไม่มีส่วนได้ศึกษา โอกาสที่จะเข้าไปประกอบวิชาชีพนี้ยาก เพราะคนที่อยู่ในวิชาชีพเองก็ลำบากแล้ว วิชาชีพมันทำให้เราหากินได้เลย มันไม่เหมือนเราเรียนทั่วๆไป เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เป็นนักการคลัง เป็นนักธุรกิจ นักขาย นักการตลาด วิชาชีพมันค่อนข้างคนละแบบ


          เมื่อถามว่าถ้ามองไปในอนาคตเรื่องของการเปิดเสรี คือตอนนี้ยังไม่เปิดเสรี น่าจะยาก ควรจะทำให้เปิดเสรีได้อย่างไร ในเรื่องของ (ประเด็นที่ 1) กฎหมาย วิธีการเรียนรู้ของเราก็ต่างกันแล้ว (ประเด็นที่ 2) มาตรฐานจะเอาให้เหมือนกัน จริงๆ แล้ว วิชาชีพอื่นก็ยังเจอความท้าทาย วิชาชีพทางทนายนี่จะเป็นอย่างไร
          อาจารย์ตอบว่า “วิชาชีพอื่นเปิดกว้างมากกว่าวิชาชีพทนาย คุณก็ต้องมาเรียนกฎหมายแพ่งและพานิชย์ของไทย คุณจะมาหากินในประเทศเราไม่ว่า ถึงแม้หลักการทั่วๆ ไปคล้ายคลึงกัน เฉพาะนั้น ใครก็ตามที่จะมาทำงานที่บ้านเรา ต้องมาศึกษาบ้านเรา แต่ผมว่ามันไม่ใช่ของง่าย มันไม่เหมือนวิชาวิศวะ มันเป็นสากล”
กรณีมีชาวต่างชาติหรือทนายต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย การเรียนภาษาไทยมันยากกว่าคนไทยเรียนภาษาต่างชาติ ทีนี้มันจะเกิดการไม่เท่าเทียมกัน

          “เป็นกฎธรรมชาติ มันเปิดกว้าง มันอยู่ในทะเล คุณจะไปทางไหนก็ไปได้หมด เพราะฉะนั้นมันก็จะมีคนเก่ง คนไม่เก่ง เหมือนกับทุกวันนี้ทนายความหนุ่มๆสาวๆ พอเรียนจบมาเสร็จ บางคนไม่ทำงานอะไรเลย ตั้งหน้าตั้งตาจะสอบผู้พิพากษา อัยการ เพราะว่า อาชีพค่อนข้างจะมั่นคง”


          เมื่อเอ่ยถึงประเด็นตอนที่มีการจัดงานวันทนายความ เป็น Speech ช่วงหนึ่ง ของคุณสัก กอแสงเรือง พูดถึงแนวโน้มการเปิดเสรีด้านวิชาชีพกฎหมาย ว่า ณ ตอนนี้เหมือนมีปัญหาในเรื่องของการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาที่ปรึกษากฎหมาย ทั้งไทยและต่างชาติ คือรับจ้างให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบธุรกิจชาวต่างชาติ แต่ปรากฎว่า การทำงานตรงนี้ ยังไม่มีการควบคุมโดยองค์กรวิชาชีพ พอเกิดความเสียหายแก่ลูกค้าแล้ว ก็จะมีการเก็บกระเป๋าหนีไป ทำให้ไม่มีความไว้วางใจ และมีผลพ่วงต่อเศรษฐกิจ ไม่มีใครกล้าลงทุน
          อาจารย์ประมาณมองเรื่องนี้ว่า เรื่องที่ปรึกษากฎหมาย มันไม่เป็นวิชาชีพ ที่ปรึกษากฎหมาย มันไม่เหมือนทนายความ ทนายความ คือ ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากสภาทนายความให้มีสิทธิว่าความในศาล แต่ที่ปรึกษากฎหมายไม่มีใบอนุญาต ใครที่รู้กฎหมายนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นที่ปรึกษาได้หมด ไม่มีคนคุมออกใบอนุญาต สภาทนายความเลยพยายามผลักดันให้การเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ให้เป็นวิชาชีพ ถ้าคุณจะประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษา คุณต้องไปรับขออนุญาตจากสภาทนายความ ให้สภาทนายความควบคุมวิชาชีพของคุณ ที่จริงมีนานแล้ว แต่ไม่ออกเป็นกฎหมายสักที ถ้าองค์กรสภาทนายความสามารถควบคุมวิชาชีพที่ปรึกษานักกฎหมายได้ ก็ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคม เกิดประโยชน์แก่นักลงทุน และมีโอกาสที่จะสำเร็จ เพราะทุกวันนี้ชาวต่างชาติก็เข้ามาประกอบวิชาชีพกฎหมายในบ้านเรา ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต


          ด้านภาพรวมของอาเซียน ในเรื่องของการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ที่จบมาในด้านกฎหมายของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้
          อาจารย์ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า “มีความโดดเด่น อดทน เสียสละ เพราะทุกวันนี้ คนที่จบวิชาชีพทางด้านนี้ พออบรมทนายเสร็จ เราก็จะเน้นในเรื่องของการว่าความในทนายอาสา เป็นทนายอาสา ไปช่วยเหลือประชาชน คือคนที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่มีเงินจ้างทนาย เราก็จะเน้นทนายที่จบมา คุณต้องทำงานด้านนี้ คือถ้าเราไม่ทำงานด้านนี้ เราจะไม่รู้ความทุกข์ยากของประชาชนคืออะไร”

                                                                         

                                                                             ๑๑๑๑๑๑๑๑
 

เรียบเรียง : พิมประกาย ก๋าคำ


Tags:   FM96.5  Hot Issue  


Web1