ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้อง “วัฒนา อัศวเหม” ฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ปี 2533 แต่ยังติดหมายจับโทษจำคุก 10 ปี คดีบีบ จนท.ออกโฉนดคลองด่านไม่ชอบ

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง “วัฒนา” คดีฉ้อโกงสัญญาสร้างโรงบำบัดน้ำเสียปี 53

By สำนักข่าวไทย TNA News | 19 พ.ย. 2556 19:29 | 614 views | View Comment

กรุงเทพฯ 19 พ.ย.-ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้อง “วัฒนา อัศวเหม” กับพวกเอกชนรวม 18 คน ฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ปี 2533 ที่นำโฉนดที่ดินสาธารณะ 1,900 ไร่ที่ออกไม่ชอบ เสนอขายกรมควบคุมมลพิษ ชี้พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนัก ขณะที่ “วัฒนา” ยังติดหมายจับโทษจำคุก 10 ปี ศาลฎีกานักการเมือง คดีบีบเจ้าหน้าที่ออกโฉนดคลองด่านไม่ชอบ

ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.บรมราชชนนี วันนี้ (19 พ.ย.) ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำ 2794/2553 ที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัทประยูรวิศว์การช่าง นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง บริษัทสี่แสงการโยธา(1979) นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา ,บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ , บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1-19 ในความผิดฐานฉ้อโกงที่ดินและฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 90, 91 และ 83

โจทก์ฟ้องสรุปว่า ในระหว่างปี 2531-2533 จำเลยที่ 1 ได้เสนอโจทก์จะจัดหาที่ดิน 1,900 ไร่ เพื่อนำมาใช้เป็นที่ตั้งของโครงการดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2-11 ฉ้อโกงโจทก์ โดยนำที่ดินของจำเลยที่ 12 มาเสนอขายแก่โจทก์ โดยมีเงื่อนไขขอให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากจำเลยที่ 12 เลย โดยไม่ต้องผ่านการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นของจำเลยที่ 1 ก่อน

การกระทำของจำเลยที่ 1-19 ร่วมกันหลอกลวงและปกปิดว่าโฉนดที่ดิน 17 แปลง ที่โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์จากจำเลยที่ 12 เป็นโฉนดที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีเนื้อที่ตามจำนวนที่ระบุในโฉนด โดยไม่มีเนื้อที่ซึ่งเป็นคลองหรือถนนสาธารณะหรือที่ชายตลิ่ง แต่ความจริงแล้วที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ไม่ครบตามจำนวนที่ระบุในโฉนดถึง 5 แปลง โดยเนื้อที่บางส่วนเป็นคลอง ถนนสาธารณะ หรือที่ชายตลิ่ง และมีการออกโฉนดโดยมิชอบ เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อรับซื้อ และชำระเงินค่าที่ดินให้จำเลยที่ 12 ไปเป็นจำนวน 1,956,600,000 บาท แล้วจำเลยที่ 1-19 ก็ได้นำเงินดังกล่าวไปแบ่งปันกันเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต อันเป็นการฉ้อโกงโจทก์

นอกจากนี้ ในการประกาศประกวดราคาโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านของโจทก์เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.38 จำเลยที่ 1-11 ได้ร่วมกันแอบอ้างนำเสนอว่า บริษัท นอร์ธเวสต์ฯ (NWWI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิควิศวกรรมการจัดการน้ำเสีย จะเข้าร่วมดำเนินงานกับพวกจำเลยด้วย ทำให้โจทก์หลงเชื่ออนุมัติให้พวกจำเลยเป็นผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งในวันทำสัญญาดังกล่าว พวกจำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงโจทก์ โดยแอบอ้างหลักฐานหนังสือมอบอำนาจของบริษัท นอร์ธเวสต์ฯ ในการเข้าทำสัญญา

อีกทั้งจำเลยที่ 1-11 ได้เปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่ง เป็นบัญชีรายรับร่วมของกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี และบริษัทนอร์ธเวสต์ฯ เพื่อหลอกลวงรับเงินค่าจ้างและเงินอื่นๆ ไปจากโจทก์ ทั้งที่บริษัทนอร์ธเวสต์ฯ มิได้รู้เห็น หรือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1-11 เปิดบัญชีเงินฝากดังกล่าว หรือเพื่อรับเงินแทนแต่อย่างใด การปกปิดความจริงโดยการหลอกลวงดังกล่าวเป็นผลทำให้โจทก์หลงเชื่อจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าแรง ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างโครงการคลองด่าน เป็นเงิน 17,045,889,431.40 บาท และอีกจำนวนหนึ่งรวม 121,343,887.19 ดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นจำเลยที่ 1-11 ได้แบ่งเงินดังกล่าวกันเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต
จำเลยให้การปฏิเสธ โดยชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลประทับรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 2-19 และให้ยกฟ้องกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี จำเลยที่ 1

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 12 พ.ย.52 ให้จำคุกนายพิษณุ ชวนะนันท์ กก.บ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กก.บ.ประยูรวิศว์การช่าง, นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กก.บ.สี่แสงการโยธา, นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กก.บ.กรุงธนเอนยิเนียร์, นายรอยอิศราพร ชุตาภา กก.บ.เกตเวย์, นายชาลี ชุตาภา กก.บ.คลองด่านมารีนฯ, นายประพาส ตีระสงกรานต์ กก.บ.คลองด่านมารีนฯ, นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กก.บริษัทคลองด่านมารีนฯ, นางบุญศรี ปิ่นขยัน กก.บ.ปาล์ม บีชฯ และนายกว๊อกวา โอเยง ผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 และนายวัฒนา อดีต รมช.มหาดไทย จำเลยที่ 19 คนละ 3 ปี

ส่วน บ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง, บ.ประยูรวิศว์การช่าง, บ.สี่แสงการโยธา(1979), บ. กรุงธนเอนยิเนียร์, บ.เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์, บ.คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ และ บ.ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 และ 16 ปรับรายละ 6,000 บาท

ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2-19 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง อ้างว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิดฐานฉ้อโกง โดยหลอกลวงขายที่ดินซึ่งมี 5 ฉบับ คือ 13150, 13817, 15024, 15528 และ 15565 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ที่ออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้กรมควบคุมมลพิษ และจำเลยที่ 2-11 ไม่ได้ร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงในการทำสัญญารับเหมาก่อสร้าง โดยปกปิดข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว มีประเด็นต้องวินิจฉัยก่อนว่า โฉนด 5 ฉบับที่อ้างว่ามีการออกโดยมิชอบด้วยระเบียบ โดยนายวัฒนา จำเลยที่ 19 ใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรีจูงใจให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการออกโฉนดหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า นายวัฒนา จำเลยที่ 19 ได้จูงใจให้เจ้านักงานออกที่ดิน 5 โฉนดไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แต่มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า จำเลยที่ 19 มีเจตนาที่จะนำที่ดินนั้นไปหลอกลวงขายให้กรมควบคุมมลพิษ โดยมีจำเลยที่ 2-18 ร่วมเป็นตัวการหรือไม่ เห็นว่าจากทางนำสืบและคำอ้างอุทธรณ์ของจำเลยพบว่า บ.ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 มีน้องชายของจำเลยที่ 19 กับพวกถือหุ้น และในช่วงเวลาตามฟ้องบริษัทได้มีโครงการสร้างสนามกอล์ฟและบ้านพักอาศัย โดยได้มีการโฆษณาโครงการในนิตยสารว่า จะมีการสร้างสนามกอล์ฟ 36 หลุม ชื่อปาล์ม บีช กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ เนื้อที่ 3,000 ไร่ไว้บริการ จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า บ.ปาล์ม บีช ฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดินจำนวนมาก เพื่อจะทำโครงการสนามกอล์ฟและบ้านพักอาศัยขายให้บุคคลทั่วไปจริง

การที่จำเลยที่ 19 ขายที่ดิน ซึ่งบริษัทเหมืองแร่ลานทอง จำกัด รวบรวมซื้อมาจากประชาชน ย่าน ต.คลองด่าน ให้ บ.ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ก็น่าจะเป็นการดำเนินการช่วยเหลือให้โครงการของจำเลยที่ 16 ลุล่วงไปโดยเร็ว และที่ บ.ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ขายที่ดินต่อให้ บ.คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12 ซึ่งดำเนินกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งจำหน่ายต่างประเทศ ก็เนื่องจากจำเลยที่ 16 พัฒนาที่ดินแล้วเกิดปัญหาดินทรุด เพราะเป็นดินเลนติดทะเล ไม่คุ้มทุนการทำสนามกอล์ฟ น่าจะเป็นเหตุผลทางธุรกิจล้วนๆ

ขณะที่ช่วงเวลาที่ บ.ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดิน ก็ยังไม่แน่ชัดว่า โครงการก่อสร้างบำบัดน้ำเสียจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดยกรมควบคุมมลพิษเพิ่งมีโครงการชัดเจนว่าจะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือน ก.พ.2539 ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์ จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 19 เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของกรมควบคุมมลพิษเลือกที่ดินของให้ บ.คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12 อุทธรณ์ของพวกจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ยกฟ้องจำเลยที่ 2-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ศาลแขวงดุสิตจะยกฟ้องนายวัฒนากับพวก แต่ตามกฎหมายกรมควบคุมมลพิษ โจทก์สามารถยื่นฎีกาได้ภายใน 30 วัน

สำหรับนายวัฒนา อัศวเหม ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ส.ค.51 ให้จำคุกนายวัฒนา อดีต รมช.มหาดไทย เป็นเวลา 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการออกโฉนดที่ดินใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ทั้งที่รัฐได้ประกาศหวงห้ามให้ที่บริเวณดังกล่าวใช้เป็นที่ทิ้งขยะมูลฝอยและถนนสาธารณะ ให้ บ.ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.อาญา มาตรา 148 โดยที่ผ่านมานายวัฒนา ได้หลบหนีคดี ศาลฎีกาฯ จึงให้ออกหมายจับนายวัฒนามารับโทษตามคำพิพากษา ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี.-สำนักข่าวไทย
 



Web1