X
รวบตัวเจ้าของร้านดารุมะซูชิ

รวบตัวเจ้าของร้านดารุมะซูชิ

22 มิ.ย. 2565
200 views
ขนาดตัวอักษร

ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมเจ้าของร้านดารุมะ ซูชิ ผู้ต้องหาอ้างขายคูปอง เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่อง แต่ไปไม่รอด จึงตัดสินใจหลบไปตั้งหลักที่สหรัฐอเมริกา แต่ทนแรงกดดันไม่ไหวจึงจกลับมาสู้คดี 


พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก พร้อมตัวแทนจากหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) แถลงผลการจับกุม นายเมธา เจ้าของร้าน ดารุมะ ซูชิ ว่า บริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด ได้มีการจดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร เครื่องดื่ม เมื่อวันที่ 12 มกราคม 59 โดยมีนายเมธา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาบริษัทได้ทำการประกาศขายคูปองบุพเฟต์อาหารญี่ปุ่นทางเพจเฟซบุ๊กให้กับประชาชนในราคา 199 บาท จนผู้เสียหายที่มีความสนใจ ซื้อคูปองดังกล่าวจำนวนมาก นอกจากนี้ทางบริษัทได้มีการเปิดให้มีการชื้อแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน จนปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 27 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ร้านดารุมะซูชิ ได้มีการปิดกิจการทุกสาขา รวมถึงประชาชนไม่สามารถติดต่อทางบริษัทและนายเมธา ได้ จนเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ปคบ. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลัก ฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์



จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ไม่มีเจตนาฉ้อโกง แต่ที่ต้องปิดกิจการ เพราะขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงขายคูปองบุฟเฟต์ราคา 199 บาทผ่านออนไลน์ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่อง แต่ไปไม่รอด ประกอบกับซัพพลายเออร์ทวงหนี้กว่า 100 ล้านบาท แต่ไม่มีจ่าย จึงตัดสินใจหลบไปตั้งหลักที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยลงเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนบินต่อไปนิวยอร์ก 2 คืน และทนแรงกดดันไม่ไหว ตัดสินใจกลับมาสู้คดี จึงขึ้นเครื่องมาลงไต้หวัน เปลี่ยนเครื่องมาสุวรรณภูมิ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายเมธา เบื้องต้นในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว และจะคัดค้านการประกันตัวในขั้นศาล โดยจะทำการฝากขังในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (23 มิถุนายน)


ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ตำรวจสามารถอายัดเงินสด ได้ 20,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหลังจากนี้ ทางตำรวจจะสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน ว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปที่บุคคลอื่นหรือไม่ หากพบว่ามีเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลใด ก็จะเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงขยายผลในเรื่องผู้ร่วมขบวนการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่ายังมีผู้ก่อเหตุ คือนายเมธา เพียงคนเดียว และยอดผู้เสียหายล่าสุด พบว่าเดินทางมาแจ้งความ ด้วยตนเองมากกว่า 100 คน และแจ้งความทางออนไลน์มากกว่า 300 คน แต่จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหายหลายพันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท


Terms of Service © 2018 MCOT.net All rights reserved นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล