X

เดินหน้าพัฒนาจุดท่องเที่ยวมรดกโลก “ป่าแก่งกระจาน”

11 ก.ย. 2564
130 views
ขนาดตัวอักษร

11 ..64 - กรมอุทยานแห่งชาติฯ เตรียมเดินหน้าปักหมุดพัฒนาจุดท่องเที่ยวมรดกโลกแห่งใหม่ของโลก “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยต่อยอดรายได้ให้ชุมชนยั่งยืน ปูทางสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชิงนิเวศ

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าที่พัฒนาจุดท่องเที่ยว กลุ่มป่าแก่งกระจานแหล่งมรดกโลก เน้น 2 กิจกรรมส่งเสริม กับ 6 แนวทางพัฒนาเบื้องต้น มุ่งเป้าพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้เสริมให้ชุมชน


นายคมกริช เศรษบุบผา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44  เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม .. 2564 ผ่านระบบทางไกล โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ได้มีมติขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ 


สำหรับกลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรีมีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่  หรือ 4,089 ตารางกิโลเมตร มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า 200 กิโลเมตร  


จากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเขตนิเวศอินโดมาลายัน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภูมิศาสตร์ย่อยของพืชพันธุ์สัตว์ป่าหลายเขตมาประจบกัน อีกทั้งยังเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องไปกับเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย และยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก


สำหรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม จะเน้นรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เกี่ยวกับระบบนิเวศ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเสริมรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น จากของเดิมที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ก็ได้รับความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งจากประชาชน ชุมชน องค์กรภาคีต่างๆ โดยในช่วงรับฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้  


จะเน้นดำเนินการใน 2 กิจกรรมสำคัญ คือ 

1) พัฒนาพื้นที่กางเต็นท์ กิจกรรมล่องแพ และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่กจ.10 (ห้วยแม่สะเรียงมีสำนักอุทยานแห่งชาติ รับผิดชอบดำเนินการ 

2) ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ของชุมชนชาวบ้านบางกลอยล่าง โดยจะมีสถาบันการที่มีการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นผู้ดำเนินการ” ทั้งนี้เพื่อให้มีแผนการดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนในระยะยาว


นายคมกริช กล่าวอีกว่า  “สำหรับแนวทางดำเนินการนั้น สำนักอุทยานแห่งชาติ  โดยส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ และส่วนพัฒนาอุทยานแห่งชาติ  ซึ่งได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนแผนงาน ได้มีการลงพื้นที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง เป็นที่เรียบร้อย พร้อมสรุปผลรายงานเบื้องต้น ใน 6 แนวทางดำเนินการสู่การพัฒนาตามแผน ประกอบด้วย 

1) กำหนดแผนงานโครงการ  โดยการกำหนดกิจกรรม ระยะเวลา พร้อมงบประมาณ ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบและภาพรวมดำเนินงาน 

2) การหาแนวร่วม ภาคีเครือข่าย เตรียมความพร้อมของชุมชนในการพัฒนาการกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การฝึกฝีมือและอาชีพต่างๆ การให้บริการการท่องเที่ยว  การส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

แนวทางที่ 

3) การประกอบกิจกรรมล่องแพ ซึ่งต้องประสานกับชุมชน รวมถึงมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการ เพื่อกระจายรายได้และผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม 

4) การให้บริการพื้นที่ลานกางเต็นท์ จะต้องมีการสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม หรือปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ที่มีอยู่ ให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวได้ตามความเหมาะสม ซึ่งในส่วนพัฒนาอุทยานแห่งชาติได้ลงพื้นที่สำรวจ และวางแผนในการออกแบบก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


5) จัดระบบป้ายสื่อความหมาย ซึ่งส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ กำลังดำเนินการกำหนดและออกแบบป้ายสื่อความหมายทั้งในส่วนของการติดตั้งบริเวณพื้นที่ลานกางเต็นท์ และบริเวณหมู่บ้าน 

6) ก่อนที่เริ่มกิจกรรมการท่องเที่ยว  จำเป็นต้องจัดประชุมชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจและหาแนวร่วม ในการประกอบกิจกรรมต่าง  เช่น กิจกรรมการล่องแพ  การนำเที่ยวชมหมู่บ้านดูงานจักสาน ดูงานเกษตรตามแนวพระราชดำริ เยี่ยมสวนผลไม้ เป็นต้น


เป้าหมายสำคัญ คือ ความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดังนั้น สำนักอุทยานแห่งชาติ จึงเน้นยึดหลัก การคัดสรร “ของเดิมที่มีอยู่” แล้วสื่อสารกับชาวบ้าน ชุมชนให้พยายามคิดค้น สร้างสรรค์ สินค้าและบริการ เพื่อปูทางสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชิงนิเวศที่มาช่วยเพิ่มรายได้และนำผลตอบแทนนั้นมาบำรุงรักษาและจัดการแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้ความร่วมมือ ความรัก หวงแหนและเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้เว็บไซต์ของคุณ หากคุณยอมรับเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ เราจะถือว่าท่านได้ยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติม
Terms of Service © 2018 MCOT.net All rights reserved นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล