X

"แนทตี้" Influencer สายเมียนมา

8 ก.พ. 2564
1580 views
ขนาดตัวอักษร

ครบ 1 สัปดาห์พอดีสำหรับการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา โดย “มิน อ่อง หล่าย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อเช้าตรู่วันที่ 1 ก.พ. 2564 ที่ผนมา ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ก็ยังไม่คลี่คลายซักเท่าไหร่เนื่องจากเกิดการประท้วงของประชาชนเมียนมาที่ต่อต้านต่อการเกิดรัฐประหารครั้งนี้

ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็ได้ติดตามข่าวการเกิดการรัฐประหารในครั้งนี้อยู่ตลอด ซึ่งมีเพจเฟสบุ๊คที่ชื่อว่า Natty in Myanmar หนึ่งInfluencerสายเมียนมา ที่คอยอัพเดทและเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังนำเสนอมุมมองที่หลากหลายต่อการทำรัฐประหารของเมียนมาในครั้งนี้

ทีมงาน Backbone Mcot จะพาไปทำความรู้จักเขาคนนี้


สำหรับ แนทตี้ มีชื่อจริงว่า  อรรวี แตงมีแสง จบจาก ศิลปศาสตร์บัณฑิต เอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสฝึกงานหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ The Nation จนได้มีโอกาสเป็นพนักงานโดยเริ่มงานเป็นผู้สื่อข่าว Asean TV ซึ่งเป็นสถานีข่าวที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกลุ่มประเทศอาเซียน 

โดยครั้งหนึ่งเธอได้มีโอกาสเชิญไปงานสัมมนางานหนึ่งที่เกี่ยวกับประเทศเมียนมา ที่ตัวเธอไม่ได้มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับประเทศนี้นั้นจึงทำให้เธอตั้งคำถามตัวเองว่า"ฉันต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆของประเทศพม่าให้ได้"หลังจากนั้นเธอเองได้ติดต่อไปยังสมาคมผู้สื่อข่าวอาเซียนเพื่อไปทำข่าวในประเทศเมียนมาในขณะนั้นอยู่ในช่วงปี2011


ประเทศเมียนมาเพิ่งเปิดประเทศ เป็นประเทศที่เนื้อหอมเป็นอย่างมา ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ล้นเหลือพร้อมที่จะดึงดูดนักธุรกิจ เธอจึงเขาไปทำข่าวที่ประเทศพม่าเป็นครั้งแรกที่เมืองย่างกุ้งที่ดูเหมือนทุกอย่างกำลังจะเข้ามาพัฒนาให้ประเทศนี้เป็นถนนแห่งโอกาสของนักลงทุน โดยการสัมภาษณ์นักธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ประกอบด้วยการทำข่าวศิลปะวัฒนธรรม

.

.

แหละนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหลงรักในประเทศเมียนมาเธอเล่าว่า "ฉันชอบการนุ่งโสร่งของชาวพม่า ดูแล้วเขายังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างดียิ่ง แถมคนพม่าเองยังเคร่งในศาสนา(พุทธ)เป็นอย่างมาก" นั้นจึงเป้นแรงขับเคลื่อนในการเข้าไปทำข่าวแล้วสื่อสารวิถีชีวิต วัฒนธรรมอันดีของชาวเมียนมาตลอดระยะเวลา3ปีกว่าของการเป็นผู้สื่อข่าวของเธอ

จนเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของชีวิตเธอได้ตัดสินใจลาออกจากงานแล้วนำเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตเดินทางไปประเทศเมียนมาเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของจริงที่ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆของชาวเมียนมาเพราะตลอดการเป็นนักข่าวของเธอนั้นการทำข่าวในเมียนมาก็จะเจอแต่ภาพลักษณ์ที่สวยหรู เรื่องราวดีๆ ซึ่งเป็นแค่ด้านเดียวของความเป็นจริง เธอเล่าว่า"ฉันใช้ชีวิตในเมียนมาโดยไม่มีแผนสำรอง"นั้นคือทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นใหม่หมด จนวันนึงมีโอกาส

ได้ไปงานสมาคมคนไทยในย่างกุ้ง ได้เจอเอกอัครราชทูตไทยในเมียนมาซึ่งเธอเองก็เคยสัมภาษณ์ขณะที่เป็นนักข่าวอยู่ โดยท่านก็แนะนำให้ตัวเธอเองรุ้จักกับเจ้าของธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในเมียนมา จนเธอได้เริ่มงานใหม่อีกครั้งในเมียนมาโดยเป็นประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทดังกล่าว และเธอก็ยังทำงานพาร์ทไทม์สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆอีกด้วย 


ด้วยความอยากรู้ถึงแก่นแท้ของวิถีชีวิตของชาวเมียนมาจึงทำเพจที่ชื่อว่า "Natty in Myanmar"ที่เปรียบเสมือนเป็นบล็อกเกอร์ที่เล่าเรื่องราว วัฒนธรรม อาหาร ท่องเที่ยว แฟชั่น ข่าวสาร เมืองย่างกุ้งในปัจจุบัน เธอบอกว่าตั้งแต่เมียนมาเปิดประเทศความเจริญก้าวหน้าทางทุนนิยมและกระแสนิยมก็หลั่งไหลเข้าสู่เมียนมาเป็นอย่างมาก ทุกอย่างได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเธอเปรียบไว้ว่าย่างกุ้งก็ไม่ต่างอะไรกับกรุงเทพ แค่ไม่มีรถไฟฟ้าเท่านั้นเอง

.

.

สิ่งที่เปรียบเสมือนด้านมืดทางจิตใจของเธอตลอดการใช้ชีวิตในเมียนมาก็คือ ในขณะที่เธอเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเธอได้เปิดโอกาสให้เด็กเรียงความในหัวข้อ“สิ่งที่อยากจะให้พัฒนาในเมียนมา”ซึ่งมีเด็กคนนึงเขียนเรื่อง “อยากพัฒนาการศึกษา”โดยในเรียงความนั้นตัวของเด็กได้เล่าว่าครูของเด็กให้เขียนบทความเรื่อง “ตัวฉัน” เด็กก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองไป แต่ครูปรับตก เพราะไม่ได้เขียนตามที่ครูบอกเป๊ะๆ

เมื่อเธออ่านจบถึงกับอึ้งและได้คิดว่า "ระบบการศึกษาของเมียนมาไม่ได้สอนให้คิดแต่สอนให้จำ ซึ่งจะเป็นเรื่อยากต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต"


.

นึ้ก็คือเรื่องราวของ"แนทตี้ Influencerสายเมียนมา" ที่เริ่มต้นจากความไม่รู้จึงแสวงหาจนทำให้เธอหลงรักและอยากจะเข้าใจถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแก่นแท้ของคนในเมียนมาตอนนี้ถ้าใครอยากจะติดตามเรื่องราวข่าวรัฐประหารพม่าอย่างใกล้ชิดติดตามได้เลยทางช่องทางนี้

https://www.facebook.com/nattyinmyanmar

อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้เว็บไซต์ของคุณ หากคุณยอมรับเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ เราจะถือว่าท่านได้ยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติม
Terms of Service © 2018 MCOT.net All rights reserved นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล