X

“อาการวูบ” ของนักกีฬา มีโรคอันตรายซ่อนอยู่

13 มิ.ย. 2564
330 views
ขนาดตัวอักษร

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 เดินทางมาเพียงวันที่ 2 ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันทันที โดยในเกมคู่ระหว่าง เดนมาร์ก และ ฟินแลนด์ มีนักเตะชื่อดังเกิดอาการวูบฟุบลงในสนามระหว่างแข่งขัน เขาคนนั้นคือ “คริสเตียน อีริคเซ่น” ยอดมิดฟิลด์ไอคอนแห่งทีมโคนม เหตุการณ์นี่ทำให้ทั้งนักฟุตบอล และแฟนบอลต่างช็อค ภาวนาลุ้นให้อาการของเพื่อนร่วมอาชีพ และนักเตะขวัญใจผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ให้ได้

แพทย์สนาม ต้องทำ CPR ปั้มหัวใจ และติดเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ AED กู้ชีพฉุกเฉินให้เร็วที่สุด ทุกวินาทีมีค่า ทุกอย่างกำลังแข่งกับเวลา และความพยายามเหล่านั่นก็เป็นผล เมื่ออีริคเซ่น ฟื้นคืนสติ สามารถขยับ ลืมตา และหายใจได้อีกครั้ง ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที


เหตุการณ์วูบหมดสติขณะเล่น และซ้อมกีฬา ของทั้งมืออาชีพ และคนทั่วไป ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และมักเกิดคำถามตามมาว่า ทำไมคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งน่าจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไป กลับเกิดอาการวูบหมดสติฉับผลันได้


คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เคยให้ข้อมูล “ไขปริศนา นักกีฬาวูบ” ไว้ก่อนหน้านี้

โดย ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ บอกว่า “กีฬาไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต” แต่การเสียชีวิตของนักกีฬาระหว่างการแข่งขันหลายต่อหลายครั้ง ร้อยละ 85 มีสาเหตุมาจาก “โรคหัวใจ” ที่ซ่อนเร้นอยู่ 

จากข้อมูลทางการแพทย์ในต่างประเทศ มีการเก็บสถิติโรคหัวใจซ่อนเร้นในนักกีฬา โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ อายุ 35 ปีขึ้นไป และ ไม่เกิน 35 ปี พบมากเป็นพิเศษ คือ กลุ่มอายุไม่เกิน 35 ปี เพราะเป็นช่วงอายุของนักกีฬาอาชีพส่วนใหญ่ 


โรคหัวใจซ่อนเร้นส่วนมากเป็นแต่กำเนิด และยังหาสาเหตุไม่ได้ โรคที่พบเป็นสาเหตุบ่อย คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาพบมากถึงร้อยละ 39 รองลงมา คือ โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจผิดปกติ ร้อยละ 19 ที่เหลือก็จะเป็นโรคอื่น  เช่น ลิ้นหัวใจผิดปกติ การเหนี่ยวนำไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ และ มาร์ฟานซินโดรม ซึ่งการตรวจร่างกายและการสืบค้นเบื้องต้นด้วยวิธีง่าย  เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ รวมทั้งการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ จะสามารถตรวจพบความผิดปกติเหล่านี้ได้เป็นส่วนใหญ่ 


ด้วยเหตุนี้นักกีฬาจึงควรได้รับการตรวจสุขภาพโดยละเอียดร่วมกับการสืบค้นประวัติสุขภาพเบื้องต้น และเพื่อความปลอดภัยนักกีฬาทุกคนควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี


โดยเฉพาะนักกีฬาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาที่ต้องอาศัยความสูงเป็นเกณฑ์ พบว่ามีกลุ่มโรคกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “มาร์ฟานซินโดรม” ซึ่งจะมีโครงสร้างร่างกายผอมสูง มีความผิดปกติของกระดูกและเนื้อเยื่อ รวมไปถึงเส้นเลือดใหญ่และลิ้นหัวใจผิดปกติ เวลาที่ออกแรงหนักมาก ๆ เส้นเลือดใหญ่อาจพองจนฉีกขาด ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้


ซึ่งมีวิธีป้องกันง่าย  เพียงก่อนที่จะตัดสินใจเล่นกีฬาหนัก  ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายให้แน่ใจก่อน หมั่นสังเกตว่าตัวเองเหนื่อยง่าย ใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือมีความผิดปกติอย่างอื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวไม่ใช่ว่าต้องเกิดจากโรคหัวใจซ่อนเร้นเพียงอย่างเดียว อาจจะมีปัจจัยของโรคอื่นร่วมด้วยก็ได้


ด้าน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน .ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเหตุใดนักกีฬาที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่าคนปกติทั่ว  ไปถึงเกิดอาการ “วูบ” บางรายเสียชีวิตระหว่างการแข่งขันหรือซ้อมกีฬา “นั่นเพราะ นักกีฬาส่วนใหญ่จะถูกฝึกฝนร่างกายจนแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย และทนอาการใจสั่นได้” จนบางครั้งไม่รู้ตัวเองว่าร่างกายเริ่มจะไม่ไหว ยิ่งในรายที่เป็นโรคหัวใจซ่อนเร้นยิ่งอันตราย เพราะหากอาการกำเริบกะทันหัน โอกาสที่จะเสียชีวิตทันทีก็เป็นไปได้สูง


นอกจากการสังเกตตัวเองแล้ว การเตรียมพร้อมทางการแพทย์ในสนามแข่งขัน ควรมีผู้มีความรู้ในการทำ CPR การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น รวมทั้งฝึกโค้ช หรือเพื่อนนักกีฬา ให้เข้าใจหลักสรปฐมพยาบาลเบื้องต้น จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงการเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงนิทรา หรือรุนแรงสุดคือเสียชีวิตไปอย่างไม่มีวันกลับ


ที่มา : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=343

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้เว็บไซต์ของคุณ หากคุณยอมรับเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ เราจะถือว่าท่านได้ยอมรับการใช้งานคุกกี้ อ่านเพิ่มเติม
Terms of Service © 2018 MCOT.net All rights reserved นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล