21 ก.ค.66 - ปลัดมหาดไทยจับมือนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เปิดงานพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก "บาติกโมเดล" สู่ตลาดสากล ร่วมกันน้อมนำพระดำริ "เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ" มุ่งพัฒนาผู้ผลิตผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก “บาติกโมเดล” สู่ตลาดสากล กิจกรรมที่ 3 จัดกิจกรรมทดสอบตลาด การประชาสัมพันธ์ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระประสงค์อยากเห็นพี่น้องประชาชนคนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยพัฒนาต่อยอดทักษะทางฝีไม้ลายมือ ศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็น DNA ของคนไทย มาแปรเปลี่ยนเป็นผ้าทอมือ ที่นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน
ปัจจุบันนี้เราสามารถพูดได้แล้วว่าเรามีความสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ด้วยพระกรุณาธิคุณ เพราะภายหลังจากพระองค์ได้พระราชทานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ในเวลา 2-3 ปีนี้ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า คนทำผ้าทั่วประเทศ มีรายได้รวมกว่า 48,000 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทาน "ผ้าลายดอกรักราชกัญญา" มาผสมกับลายผ้าบาติกของคนใต้ เพิ่มเติมจากลวดลายผ้าบาติกเดิม ซึ่งหลังจากได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องผู้ประกอบการจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส และปัตตานี
ทำให้เราได้พบสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจ คือ พวกเราได้เห็น "พระรูป" ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถูกติดตั้งอยู่ที่ฝาผนังตามบ้านของกลุ่มผ้าบาติกต่าง ๆ และสถานที่เหล่านั้นยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยกันฝึกฝนให้คนในกลุ่มได้มีทักษะในการทอผ้าและมีฝีมือที่ดีขึ้น หรือแม้แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมที่บ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ก็จะได้พบกับบรรยากาศแห่งการน้อมน้อมนำพระดำริมาขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการคัดแยกขยะ การทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนและการพัฒนาชิ้นงานให้มีความทันสมัย การนำเอาสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็นวัตถุดิบในการทำเป็นสีย้อมผ้า
ที่สำคัญคือได้เห็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ที่เป็นศิลปินการออกแบบ ได้มาร่วมกันลงพื้นที่ไปให้ความรู้ แนะนำแนะแนว สื่อสาร ตลอดไปทั่วทุกทิศในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสานฝันความฝันของพระองค์ท่านให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการโค้ชชิ่ง แนะนำ แนะแนวให้คำปรึกษากับพี่น้องในทุกกลุ่มทอผ้าทุกสาขาอาชีพ และได้เห็นพี่น้องประชาชนทุกคนมีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
ซึ่งในวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราได้มาจัดแสดงที่ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการจัดแสดงแบรนด์SIRIVANNAVARI และเคยมีจัดแสดงการเดินแบบผ้าไทยหน้าพระพักตร์ ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้เห็นหยาดน้ำตาของพี่น้องประชาชนที่กลั่นออกมาด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจ เพราะได้เห็นนางแบบชาวต่างชาติสวมใส่ชุดผ้าไทยเดินแบบบนเวทีระดับโลก ทำให้เราได้เห็นผลลัพธ์ความทุ่มเทของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า "ความมั่นคงด้านเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม" ที่เป็น 1 ในปัจจัย 4 ของชีวิตมนุษย์ คงอยู่คู่กับคนไทยตราบนานเท่านาน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในการนำผ้าไทยก้าวไปสู่สากลและตลาดโลกในอนาคตอันใกล้ อันจะยังผลทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก"บาติกโมเดล" สู่ตลาดสากล จัดขึ้นเพื่อ 1) สืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย 2) เผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทย ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน 3) พัฒนาทักษะ องค์ความรู้ การออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ทำผ้าบาติกหรือประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่มีความสนใจ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และ 4) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าบาติกให้เป็นที่แพร่หลาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ผ้าบาติก 7 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน รวมจำนวน 140 คน